Edifier Neobuds Planar รีวิว
TWS Planar เสียงโปร่ง รายละเอียดดี แต่ไม่ใช่หูฟังที่ทุกคนจะชอบ
Edifier Neobuds Planar เป็นหูฟัง TWS ที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่อยากได้เสียงจริงจังกว่าหูฟังไร้สายทั่วไป จุดขายหลักคือ Planar Magnetic Driver ที่เด่นเรื่องรายละเอียด ความโปร่ง และการแยกชิ้นดนตรี
แต่รุ่นนี้ไม่ใช่ตัวเลือกแบบ “ซื้อแล้วจบทุกคน” เพราะเบสไม่ได้เยอะ ANC ไม่ใช่ระดับเรือธง และถ้าใช้กับ iPhone จะไม่ได้ codec ระดับสูงอย่าง LDAC หรือ aptX Lossless
สรุปเร็ว: Edifier Neobuds Planar ดีไหม
Edifier Neobuds Planar ดีครับ แต่ดีแบบมีเงื่อนไข เหมาะกับคนที่ชอบเสียงโปร่ง รายละเอียดดี เสียงร้องชัด และใช้ Android ที่รองรับ codec คุณภาพสูง
รุ่นนี้ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการเบสหนัก ใช้ iPhone เป็นหลัก หรืออยากได้ ANC ระดับเรือธงแบบ Sony หรือ Bose ถ้าคุณฟัง vocal, acoustic, jazz หรือเพลงที่เน้นรายละเอียด รุ่นนี้น่าลองมาก แต่ถ้าฟัง EDM, hip-hop, K-pop หรือ T-pop ที่ต้องการเบสและแรงปะทะ อาจรู้สึกว่าเสียงบางไป
- ใช้ Android ที่รองรับ LDAC หรือ aptX
- ชอบเสียงร้องชัด รายละเอียดดี
- อยากได้ TWS ที่เสียงโปร่งกว่า TWS ทั่วไป
- ฟัง vocal, acoustic, jazz, classical
- มี IEM อยู่แล้ว แต่อยากได้ตัวสะดวกนอกบ้าน
- ต้องการเบสหนักหรือแรงปะทะเยอะ
- ใช้ iPhone และอยากได้ความคุ้มเต็มจาก codec
- ต้องการ ANC ดีที่สุด
- เน้นประชุมหรือโทรเป็นหลัก
- หวังว่าจะได้เสียงชนะ IEM สาย
Verdict สั้น ๆ
Edifier Neobuds Planar เป็น TWS ที่เสียงดีจริงในแบบของมัน จุดเด่นคือเสียงโปร่ง รายละเอียดดี เสียงร้องชัด และแยกชิ้นดนตรีได้ดีกว่า TWS ทั่วไป แต่เบสไม่ได้เยอะ ANC ไม่ใช่ระดับเรือธง และ iPhone ใช้ศักยภาพ codec ได้ไม่เต็ม
Edifier Neobuds Planar คือหูฟังแบบไหน
นี่คือหูฟังไร้สายแบบ True Wireless ที่ใช้ Planar Magnetic Driver ขนาด 12mm เป็นจุดขายหลัก
นอกจากเรื่องไดรเวอร์แล้ว รุ่นนี้ยังให้ฟีเจอร์มาค่อนข้างครบ เช่น ANC, Transparency Mode, Multipoint, แอปสำหรับปรับเสียง และรองรับ codec หลายตัว โดยเฉพาะฝั่ง Android
Planar Magnetic 12mm เน้นความเร็ว รายละเอียด และความโปร่ง
รองรับ LDAC, LHDC, aptX Adaptive, aptX Lossless, AAC และ SBC
มี ANC, Transparency, Multipoint, EQ, IP55 และชาร์จไร้สาย
บนกระดาษถือว่าน่าสนใจมาก โดยเฉพาะถ้ามองว่าเป็น TWS ที่พยายามขายเรื่องเสียงมากกว่าฟีเจอร์ทั่วไป แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าสเปกดีไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน และ codec ดี ๆ ที่ใส่มาไม่ได้แปลว่าทุกมือถือจะใช้ได้เต็ม โดยเฉพาะ iPhone
Planar Magnetic คืออะไร และทำไมไม่ได้แปลว่าเสียงดีกว่าเสมอไป
หลายคนสนใจรุ่นนี้เพราะคำว่า Planar Magnetic แต่คำนี้ไม่ได้แปลว่าเสียงต้องดีกว่าทุกหูฟังเสมอไป
อธิบายง่าย ๆ คือ หูฟังทั่วไปส่วนใหญ่ใช้ Dynamic Driver ซึ่งสร้างเสียงจาก diaphragm ที่ถูกขับด้วยขดลวด ส่วน Planar Magnetic ใช้แผ่น diaphragm บาง ๆ ที่ถูกขับด้วยสนามแม่เหล็กในลักษณะที่กระจายแรงได้สม่ำเสมอกว่า
ข้อดีที่คนมักคาดหวังจาก Planar คือเสียงตอบสนองไว รายละเอียดดี แยกชิ้นดนตรีชัด เสียงโปร่ง และเวทีเสียงเปิดกว่า แต่ Planar ก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องเบส เพราะไม่ได้ให้แรงปะทะและมวลเบสแบบ Dynamic Driver ที่จูนมาเน้นเบสได้ง่ายกว่า
Planar ใน TWS มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
สิ่งที่ต้องพูดให้ชัดคือ Planar ในหูฟัง TWS ไม่เหมือน Planar ในหูฟัง full-size หรือ IEM สาย เพราะ TWS มีข้อจำกัดหลายอย่าง
ถึงจะมี LDAC หรือ aptX Lossless แต่คุณภาพเสียงยังขึ้นกับมือถือ codec สัญญาณ และสภาพแวดล้อม
TWS ต้องใช้แบตเล็ก ๆ ขับทั้ง driver, ANC, DSP, ไมค์ และระบบไร้สายทั้งหมด
พื้นที่ภายใน housing มีผลกับเบสและมวลเสียง จึงไม่ควรคาดหวังแบบหูฟัง Planar ตัวใหญ่
สิ่งที่ควรคาดหวังคือรายละเอียดดีกว่า TWS ทั่วไป เสียงร้องชัดขึ้น แยกชิ้นดนตรีง่ายขึ้น และฟังเพลงจริงจังขึ้นโดยไม่ต้องพกสาย แต่ไม่ควรคาดหวังว่าเบสจะหนักมาก จะชนะ IEM สาย หรือจะเป็น TWS ตัวเดียวจบทุกอย่าง
คุณภาพเสียง Edifier Neobuds Planar
คาแรกเตอร์เสียงของ Edifier Neobuds Planar คือ โปร่ง ชัด รายละเอียดดี เสียงร้องเด่น แยกชิ้นดนตรีดี แต่เบสไม่เยอะ
นี่ไม่ใช่หูฟังที่จูนมาให้ทุกคนฟังแล้วรู้สึกสนุกทันทีเหมือน TWS สาย consumer หลายรุ่น แต่เป็นหูฟังที่เน้นความสะอาด รายละเอียด และการฟังเพลงแบบจริงจังขึ้น
ถ้าคุณมาจาก TWS ที่เบสเยอะ รุ่นนี้อาจรู้สึกบางในช่วงแรก แต่ถ้าคุณชอบฟังรายละเอียด เสียงร้อง และช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรี รุ่นนี้จะมีเสน่ห์มาก
เบส: เร็ว สะอาด แต่ไม่เยอะ
Edifier Neobuds Planar ไม่ใช่หูฟังสำหรับ basshead
เบสของรุ่นนี้มีข้อดีคือมาไว เก็บตัวไว ไม่บวม และไม่กลบเสียงร้อง ทำให้เพลงฟังดูสะอาด โปร่ง และไม่อึดอัด
แต่ถ้าถามว่าเบสหนักไหม คำตอบคือไม่หนัก แรงปะทะไม่ได้เยอะ sub-bass ไม่ได้ลงลึกแบบ TWS ที่ใช้ Dynamic Driver จูนเบสมาเต็ม ๆ และถ้าฟังเพลงที่ต้องการพลังจากกลองหรือเบส รุ่นนี้อาจฟังแล้วรู้สึกว่าเพลงขาดน้ำหนัก
เสียงร้อง: จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้
เสียงร้องเป็นส่วนที่ Edifier Neobuds Planar ทำได้น่าประทับใจ
เสียงร้องฟังชัด โปร่ง และไม่ถูกเบสกลบง่าย ตำแหน่งเสียงร้องค่อนข้างเด่น ทำให้เพลงที่เน้น vocal ฟังแล้วจับอารมณ์นักร้องได้ง่ายกว่า TWS ทั่วไปหลายรุ่น
เสียงร้องหญิงจะเด่นเป็นพิเศษ เพราะได้ประโยชน์จากความใสและความโปร่งของรุ่นนี้ ส่วนเสียงร้องชายอาจไม่ได้หนาอบอุ่นมาก แต่ยังมีความชัดและแยกออกจากดนตรีได้ดี
ถ้าคุณชอบฟังเพลงร้อง เพลงบัลลาด acoustic หรือเพลงที่อยากได้ยินรายละเอียดของเสียงนักร้อง รุ่นนี้มีเสน่ห์มาก
แหลมและรายละเอียด: ชัด โปร่ง แต่อาจสว่างสำหรับบางคน
ย่านแหลมของ Neobuds Planar ให้ความรู้สึกเปิด โปร่ง และมีรายละเอียด เสียงฉาบ เสียงสายกีตาร์ รายละเอียดปลายเสียง หรือ ambience เล็ก ๆ ในเพลงมีโอกาสได้ยินง่ายขึ้น ทำให้ภาพรวมของเสียงดูสะอาดและชัด
แต่ข้อควรระวังคือ คนที่ชอบเสียงนุ่ม หนา อุ่น อาจรู้สึกว่ารุ่นนี้เสียงสว่างหรือบางไป โดยเฉพาะถ้าใส่จุกไม่พอดี หรือฟังเพลงที่ mix มาแหลมอยู่แล้ว
เวทีเสียงและการแยกชิ้นดนตรี
ถ้าจะบอกว่า Edifier Neobuds Planar มีอะไรที่ทำให้ต่างจาก TWS ทั่วไปมากที่สุด ก็คือเรื่องเวทีเสียงและการแยกชิ้นดนตรี
เสียงแต่ละชิ้นแยกออกจากกันง่ายกว่า ดนตรีไม่กองรวมกันเป็นก้อน เสียงร้อง เครื่องดนตรี และรายละเอียดเล็ก ๆ มีพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น
สิ่งนี้ทำให้เพลง acoustic, jazz, classical หรือเพลงที่มีเครื่องดนตรีหลายชิ้นฟังเพลินขึ้น เพราะเรารู้สึกได้ว่าเสียงไม่ได้อัดแน่นอยู่ตรงกลางอย่างเดียว
แต่ข้อดีนี้จะชัดที่สุดเมื่อฟังในที่ค่อนข้างเงียบ เช่น ห้องนอน โต๊ะทำงาน หรือร้านกาแฟที่ไม่ดังมาก ถ้าฟังบน BTS/MRT หรือริมถนน เสียงรบกวนภายนอกจะทำให้รายละเอียดบางส่วนหายไป
เหมาะกับเพลงแนวไหน และไม่เหมาะกับเพลงแนวไหน
- Vocal
- Acoustic
- Jazz
- Classical
- Singer-songwriter
- เพลงบัลลาด
- เพลงที่ใช้เครื่องดนตรีจริง
- EDM
- Hip-hop
- Trap
- K-pop ที่เน้น beat หนัก
- T-pop ที่ต้องการความหนาและพลัง
- Rock ที่ต้องการกลองและเบสแน่น ๆ
ไม่ใช่ว่าฟังเพลงที่ไม่เหมาะไม่ได้ แต่ประสบการณ์อาจไม่เต็มเท่าที่ควร ถ้าคุณชอบเพลงที่ต้องการความมัน รุ่นนี้อาจทำให้รู้สึกว่าเสียงดี แต่ไม่สนุกพอ
ใช้งานจริงในไทย: บ้าน ร้านกาแฟ BTS MRT และออฟฟิศ
ถ้าใช้ฟังในบ้านหรือห้องเงียบ รุ่นนี้ทำได้ดีที่สุด เพราะข้อดีเรื่องรายละเอียด ความโปร่ง และการแยกชิ้นดนตรีจะออกมาชัด
ถ้าใช้ในร้านกาแฟ รุ่นนี้ยังน่าสนใจ ถ้าเสียงรอบข้างไม่ได้ดังเกินไป ANC ช่วยลดเสียงรบกวนได้ระดับหนึ่ง และยังฟังรายละเอียดได้พอสมควร
ถ้าใช้บน BTS หรือ MRT ต้องลดความคาดหวังลง เพราะเสียงรถไฟ เสียงคน และสัญญาณรบกวนรอบตัวทำให้รายละเอียดเล็ก ๆ ที่เป็นจุดขายของ Planar ได้ยินน้อยลง
ถ้าใช้ในออฟฟิศ รุ่นนี้ถือว่าเหมาะ เพราะเสียงร้องชัด ฟังเพลงทำงานได้ดี และเบสไม่เยอะจนรบกวนสมาธิ ส่วนการออกกำลังกายเบา ๆ ทำได้จากมาตรฐาน IP55 แต่รุ่นนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นหูฟังสปอร์ตโดยตรง
Fit และจุกหูฟังสำคัญมาก
Edifier Neobuds Planar เป็นหูฟังที่ค่อนข้างไวต่อการใส่
ถ้าใส่ไม่สนิท เสียงจะบาง เบสจะยิ่งน้อย และแหลมอาจเด่นเกินไปจนฟังล้า ดังนั้นก่อนตัดสินว่าเสียงดีหรือไม่ดี ควรลองเปลี่ยนจุกหูฟังให้พอดีก่อน รุ่นนี้อาจต้องใช้จุกที่ seal ดี หรือขนาดใหญ่กว่าที่คุณใช้กับหูฟังรุ่นอื่น
ใช้กับ iPhone คุ้มไหม
ถ้าใช้ iPhone เป็นหลัก ต้องคิดหนักกว่าผู้ใช้ Android
เหตุผลคือ iPhone ไม่รองรับ LDAC, LHDC หรือ aptX Lossless ดังนั้นถึง Edifier Neobuds Planar จะรองรับ codec เหล่านี้ แต่เมื่อใช้กับ iPhone คุณจะได้แค่ AAC
ไม่ได้หมายความว่าใช้กับ iPhone แล้วเสียงแย่ แต่หมายความว่าคุณไม่ได้ใช้ศักยภาพทั้งหมดของรุ่นนี้ ถ้าคุณใช้ iPhone และให้ความสำคัญกับความง่าย ความลื่น การสลับอุปกรณ์ ไมค์ และ Transparency Mode แบบใช้งานทุกวัน AirPods Pro อาจเป็นตัวเลือกที่ practical กว่า
แต่ถ้าคุณใช้ iPhone แล้วชอบเสียงโปร่ง รายละเอียดดี และไม่แคร์ ecosystem มาก Neobuds Planar ก็ยังพอฟังได้ดี เพียงแต่ต้องรู้ก่อนว่าคุณไม่ได้ใช้ codec ระดับสูงที่เป็นจุดขายหลักของรุ่นนี้
ใช้กับ Android ดีกว่าไหม
ใช่ครับ รุ่นนี้เหมาะกับ Android มากกว่า iPhone โดยเฉพาะมือถือ Android ที่รองรับ LDAC, aptX Adaptive หรือ aptX Lossless เพราะจะได้ใช้จุดขายของรุ่นนี้เต็มกว่า
ถ้าคุณใช้ Android และอยากได้ TWS ที่เน้นเสียงมากกว่า ANC รุ่นนี้น่าสนใจมากในงบกลาง เพราะได้ทั้ง codec ดี รายละเอียดดี และคาแรกเตอร์เสียงที่ต่างจาก TWS ทั่วไป
ANC ไมค์ และแอป ใช้งานจริงเป็นอย่างไร
ใช้งานได้จริง ช่วยลดเสียงรบกวนทั่วไปได้ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นจุดขายหลัก และยังไม่ถึงระดับ Sony หรือ Bose รุ่นท็อป
ใช้โทรหรือประชุมเป็นครั้งคราวได้ แต่ถ้าประชุมทุกวันหรือโทรในที่เสียงดัง ควรมองรุ่นที่เน้น call quality มากกว่า
แอปมี EQ แบบ Parametric ที่ปรับได้ละเอียด แต่คนทั่วไปอาจรู้สึกว่ายาก และ EQ ไม่ได้เปลี่ยนให้รุ่นนี้เป็นหูฟังเบสหนัก
พูดตรง ๆ คือซื้อรุ่นนี้เพราะเสียงได้ แต่ไม่ควรซื้อเพราะ ANC ไมค์ หรือแอปเป็นเหตุผลหลัก
เทียบกับ IEM สาย: แทนกันได้ไหม
คำตอบตรง ๆ คือ ยังแทน IEM สายดี ๆ ไม่ได้เต็มตัว
ถ้าเน้นเสียงล้วน IEM สายในงบใกล้กันที่ต่อกับ dongle DAC หรือ DAP ดี ๆ ยังได้เปรียบในเรื่องความนิ่ง รายละเอียด น้ำหนักเสียง ไดนามิก และเบสที่เป็นธรรมชาติกว่า
แต่ Neobuds Planar มีข้อดีที่ IEM สายให้ไม่ได้ง่าย ๆ คือความสะดวก คุณไม่ต้องพกสาย ไม่ต้องพก DAC/Amp มี ANC มีไมค์ ใส่เดินทางได้ และใช้งานในชีวิตประจำวันง่ายกว่า
เทียบกับ Sony, AirPods Pro และ Bose
| ตัวเลือก | เด่นกว่า Neobuds Planar ตรงไหน | Neobuds Planar น่าเลือกกว่าเมื่อ |
|---|---|---|
| Sony WF-1000XM6 | ครบเครื่องกว่า ANC ดีกว่า ใช้งานทั่วไปน่าไว้ใจกว่า | คุณใช้ Android และอยากได้เสียงโปร่ง รายละเอียดดี ในงบที่ประหยัดกว่า |
| AirPods Pro | เหมาะกับ iPhone มากกว่า ลื่นกว่า Transparency และ ecosystem ดีกว่า | คุณไม่แคร์ ecosystem และต้องการเสียงที่แยกชิ้นดนตรีดีกว่า TWS ทั่วไป |
| Bose QC Ultra Earbuds | ANC และความเงียบเหนือกว่า เหมาะกับเดินทางมากกว่า | คุณไม่ได้เน้น ANC เป็นอันดับหนึ่ง และอยากได้คาแรกเตอร์เสียงโปร่งกว่า |
| IEM สายในงบใกล้กัน | เสียงล้วน รายละเอียด ไดนามิก และเบสดีกว่าเมื่อใช้กับ source ที่ดี | คุณต้องการความสะดวก ไร้สาย มี ANC และใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า critical listening |
Edifier Neobuds Planar เหมาะกับใคร
โดยเฉพาะมือถือที่รองรับ LDAC หรือ aptX จะได้ใช้จุดขายของรุ่นนี้เต็มกว่า
เหมาะกับคนที่ชอบเสียงร้องชัด โปร่ง และไม่ถูกเบสกลบ
ถ้าไม่ชอบเสียงหนา ๆ ทึบ ๆ รุ่นนี้ให้ความรู้สึกสะอาดและโปร่งกว่า
เป็นทางเข้าโลก Planar ในรูปแบบ TWS ที่ใช้งานง่าย
เหมาะเป็นตัวสะดวกนอกบ้าน ไม่ใช่ตัวแทน IEM สายเต็มตัว
เช่น vocal, acoustic, jazz, classical และเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีจริง
ใครไม่ควรซื้อ Edifier Neobuds Planar
รุ่นนี้ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการเบสหนัก basshead คนฟัง EDM, hip-hop, K-pop หรือ T-pop เป็นหลัก คนใช้ iPhone ที่อยากได้ความคุ้มเต็มจาก codec คนที่ต้องการ ANC ดีที่สุด คนที่ประชุมหรือโทรเป็นหลัก และคนที่อยากได้ TWS ตัวเดียวจบทุกอย่าง
ถ้าคุณชอบเสียงหนา อุ่น ฟังง่ายแบบ consumer tuning หรือหวังว่าจะได้เสียงชนะ IEM สาย รุ่นอื่นอาจเหมาะกว่า
ข้อควรรู้ก่อนซื้อ Edifier Neobuds Planar
เด่นเรื่องรายละเอียดและการแยกเสียง แต่ไม่ได้แปลว่าเบสจะดีหรือทุกคนจะชอบ
ถ้าคุณชินกับ TWS ที่เบสเยอะ รุ่นนี้อาจฟังบางตั้งแต่แรก
iPhone ได้แค่ AAC ดังนั้น LDAC และ aptX Lossless จะไม่ได้ใช้
ถ้าใช้บน BTS, MRT, ห้าง หรือริมถนน ข้อดีเรื่อง detail จะลดลง
ใช้ได้ แต่ถ้าเน้น ANC เป็นอันดับหนึ่ง Sony หรือ Bose ยังเหมาะกว่า
โดยเฉพาะเรื่องเบส อย่าคาดหวังว่าจะปรับให้กลายเป็นหูฟังเบสหนัก
ใส่ไม่สนิท เสียงจะบาง เบสหาย และแหลมอาจเด่นเกินไป
มันเป็น TWS ที่เสียงจริงจังขึ้น ไม่ใช่ตัวแทน IEM สาย
เรื่องเสียงเป็นความชอบส่วนตัว
เรื่องเสียงเป็นความชอบส่วนตัวมาก หูของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แนวเพลงที่ฟัง มือถือที่ใช้ codec ที่รองรับ และความพอดีของจุกหูฟังมีผลทั้งหมด
ทางที่ดีที่สุดคือควรลองฟังด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะรุ่นนี้ที่คาแรกเตอร์เสียงค่อนข้างชัด และไม่ใช่แนวที่ทุกคนจะชอบ
สรุป Edifier Neobuds Planar ควรซื้อไหม
Edifier Neobuds Planar ควรซื้อ ถ้าคุณใช้ Android ฟังเพลงแนว vocal, acoustic, jazz หรือเพลงที่เน้นรายละเอียด และอยากได้ TWS ที่เสียงโปร่ง แยกชิ้นดนตรีดี และฟังจริงจังกว่าหูฟังไร้สายทั่วไป
แต่ไม่ควรซื้อ ถ้าคุณต้องการเบสหนัก ใช้ iPhone เป็นหลัก ต้องการ ANC ดีที่สุด หรือหวังว่าจะได้หูฟังไร้สายที่แทน IEM สายได้เต็มตัว
รุ่นนี้ไม่ได้ทำให้ TWS ชนะ IEM สาย แต่มันทำให้ TWS เข้าใกล้การฟังเพลงจริงจังขึ้น ถ้าคุณเข้าใจข้อจำกัดของ Bluetooth, Planar ในหูฟังตัวเล็ก และยอมรับได้ว่าเบสไม่ใช่จุดขายหลัก Edifier Neobuds Planar เป็นหูฟังที่น่าลองมากในงบกลาง
Final Verdict
Edifier Neobuds Planar เป็น TWS ที่เสียงดีจริงในแบบของมัน จุดเด่นคือเสียงโปร่ง รายละเอียดดี เสียงร้องชัด และแยกชิ้นดนตรีได้ดีกว่า TWS ทั่วไป แต่เบสไม่ได้เยอะ ANC ไม่ใช่ระดับเรือธง และ iPhone ใช้ศักยภาพ codec ได้ไม่เต็ม เหมาะกับคนที่อยากได้หูฟังไร้สายสำหรับฟังเพลงจริงจังขึ้น ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการ TWS ตัวเดียวจบทุกอย่าง
TWS Planar เสียงโปร่ง เช็คราคา