Pi8 vs Devialet Gemini II

Bowers & Wilkins Pi8
vs Devialet Gemini II

ถ้าคุณลังเลระหว่างเสียงละเมียดแบบฟังลึกกับเสียงสนุก dynamic แรง หน้านี้ช่วยแยกให้ชัดว่าควรเลือกตัวไหน

ถ้าชอบเสียงละเมียด ฟังลึก

Bowers & Wilkins
Pi8

Bowers & Wilkins Pi8 เหมาะกับคนที่ซื้อ TWS เพราะอยากได้ประสบการณ์ฟังเพลงที่ละเมียดและจริงจังกว่าหูฟังไร้สายทั่วไป จุดเด่นคือเสียงร้องมีเนื้อ มี texture เวทีมี depth และให้ความรู้สึก premium listening มากกว่า เหมาะกับ vocal, jazz, acoustic และเพลงไทยที่ต้องการอารมณ์ของเสียงร้อง

  • เด่นเรื่องเสียงร้อง เสียงกลาง texture และความเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะกับ vocal, jazz, acoustic, pop ไทย และเพลงที่ฟังเอาอารมณ์
  • ฟังนานได้สบายกว่า เหมาะกับคนที่ชอบเสียง refined มากกว่าเสียงมัน
VS

ถ้าชอบเสียงสนุก มีแรงปะทะ

Devialet
Gemini II

Devialet Gemini II เหมาะกับคนที่ต้องการ TWS พรีเมียมที่ฟังสนุกกว่า เบสมีน้ำหนักกว่า และ dynamic ชัดกว่า Pi8 จุดเด่นคือแรงปะทะ ความคึกคัก และความว้าวตั้งแต่เปิดเพลง เหมาะกับ pop, EDM, hip-hop, R&B และ rock ที่ต้องการพลังมากกว่าความละเมียดของเสียงร้อง

  • เด่นเรื่องเบส impact, dynamic และความสนุกของเพลง
  • เหมาะกับ pop, EDM, hip-hop, R&B และ rock
  • เปิดเพลงแล้วรู้สึกว้าวง่ายกว่า แต่ต้องเช็กเรื่อง connection และ codec ก่อนซื้อ

สรุปเร็ว 10 วินาที: ถ้าคุณฟัง vocal, jazz, acoustic หรือเพลงไทยที่ต้องการเสียงร้องมีเนื้อ มี texture และเวทีมี depth Bowers & Wilkins Pi8 น่าเลือกกว่า แต่ถ้าคุณฟัง pop, EDM, hip-hop, R&B หรือ rock แล้วอยากได้เบสแน่น impact ดี dynamic ชัด และเปิดเพลงแล้วรู้สึกว้าวง่ายกว่า Devialet Gemini II จะตอบโจทย์กว่า

อย่าเริ่มจากว่าใครเสียงดีกว่า ให้เริ่มจากว่าคุณชอบฟังเพลงแบบไหน

Pi8 กับ Devialet Gemini II เป็น TWS พรีเมียมสายเสียงทั้งคู่ แต่ไม่ได้เก่งแบบเดียวกัน Pi8 เด่นเรื่องเสียงร้อง texture ความละเมียด และการฟังนาน ส่วน Devialet Gemini II เด่นเรื่องเบส impact dynamic และความสนุกของเพลง ถ้าเลือกจากคำว่าเสียงดีที่สุดอย่างเดียว อาจได้รุ่นที่ไม่ตรงกับเพลงที่คุณฟังจริง

คุณน่าจะเหมาะกับ Pi8 ถ้า...

คุณชอบฟังเพลงแบบตั้งใจฟังมากกว่าเปิดผ่าน ๆ จุดแข็งของ Pi8 คือเสียงที่มีเนื้อ มีมิติ และมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า โดยเฉพาะเสียงร้องและเครื่องดนตรี acoustic เหมาะกับคนที่ให้ค่ากับความละเมียดมากกว่าแรงปะทะ

  • ชอบเสียงร้อง เสียงกลาง texture และความเป็น organic
  • ฟัง vocal, jazz, acoustic, pop ไทย หรือ singer-songwriter บ่อย
  • ต้องการเวทีเสียงที่มี depth และ layering มากกว่าความกว้างแบบหวือหวา
  • ฟังเพลงนานและไม่อยากได้เสียงที่เร้าอารมณ์ตลอดเวลา
  • ใช้ Android ที่รองรับ aptX Adaptive หรือ aptX Lossless และอยากดึงคุณภาพเสียงให้มากขึ้น

คุณน่าจะเหมาะกับ Devialet Gemini II ถ้า...

คุณต้องการ TWS พรีเมียมที่ฟังสนุกกว่า เปิดเพลงแล้วรู้สึกมีพลังทันที จุดแข็งของ Gemini II คือเบสมีน้ำหนัก impact ดี dynamic ชัด และทำให้เพลงสมัยใหม่ฟังมันกว่า Pi8

  • ชอบเบสแน่น มีแรงปะทะ และฟังเพลงแล้วรู้สึกคึกคัก
  • ฟัง pop, EDM, hip-hop, R&B หรือ rock เป็นหลัก
  • ต้องการเสียงที่เปิดมาแล้วรู้สึกว้าวง่ายกว่า
  • ชอบหูฟังที่มีบุคลิกชัด ไม่เรียบหรือสุภาพเกินไป
  • ใช้ iPhone เป็นหลัก และไม่ได้ซีเรียสเรื่อง codec ระดับสูงมากนัก

เทียบจากการฟังจริง ไม่ใช่ดูแค่สเปก

ความต่างของ Pi8 กับ Devialet Gemini II จะชัดที่สุดเมื่อดูจากเพลงและสถานการณ์ที่ใช้จริง Pi8 จะเด่นเมื่อคุณฟังเสียงร้องและรายละเอียด ส่วน Devialet จะเด่นเมื่อคุณอยากให้เพลงมีแรง มีเบส และมีความสนุกมากขึ้น

Pi8 ทำให้เสียงร้องมีเนื้อและมีอารมณ์กว่า

Pi8 ให้เสียงร้องที่มีน้ำหนัก มี texture และดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เสียงไม่ได้เด่นแบบแข็งหรือคมเกินไป แต่มีความละเมียดที่ทำให้ฟัง vocal, jazz, acoustic และเพลงไทยได้อินกว่า

จุดที่ Pi8 ชนะไม่ใช่แค่ความชัด แต่คือความรู้สึกของเสียงร้องและการจัดชั้นเสียงที่ดูมี depth มากกว่า เหมาะกับคนที่ฟังเพลงเพื่อจับอารมณ์และรายละเอียด

Moment 1

ตอนฟัง vocal / jazz / acoustic

Pi8 เหมาะกว่า

ถ้าเสียงร้องเป็นพระเอก Pi8 ให้ texture และอารมณ์ดีกว่า

Devialet ฟัง vocal ได้ดี แต่ไม่ได้ดึงเสียงร้องมาเป็นพระเอก

Devialet Gemini II ฟังเพลงร้องได้ดี แต่บุคลิกเสียงจะให้เบส พลัง และความคึกคักของเพลงขึ้นมาชัดกว่า ทำให้เสียงร้องอาจไม่ลอยเด่นหรือมี texture เท่า Pi8

ถ้าเพลงที่ฟังคือ vocal เป็นหลัก Devialet อาจยังสนุก แต่ไม่ใช่ตัวที่ให้ความละเมียดของเสียงร้องดีที่สุดในคู่นี้

Pi8 คุมเบสดี แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความมันเป็นหลัก

Pi8 มีเบสที่ดี กระชับ และไม่บวม แต่เป็นเบสที่อยู่ในกรอบของความสมดุลมากกว่า ถ้าฟังเพลงจังหวะหนัก ๆ Pi8 จะให้ความเนียนและคุมโทนมากกว่าความสะใจ

คนที่ชอบเบสแรงหรืออยากให้เพลงมี impact ชัด อาจรู้สึกว่า Pi8 สุภาพไปเมื่อเทียบกับ Devialet

Moment 2

ตอนฟัง pop / EDM / hip-hop / rock

Devialet สนุกกว่า

ถ้าต้องการเบสและแรงปะทะ Devialet ได้อารมณ์กว่า

Devialet ให้เบสและ dynamic ที่จับความรู้สึกได้ทันที

Devialet Gemini II เด่นชัดกว่าในเพลง pop, EDM, hip-hop, R&B และ rock เพราะเบสมีน้ำหนัก impact ดี และ dynamic ทำให้เพลงดูมีพลังมากขึ้น

ถ้าคุณอยากได้ TWS พรีเมียมที่เปิดเพลงแล้วสนุกทันที Devialet คือฝั่งที่ตอบโจทย์กว่า Pi8 อย่างชัดเจน

Pi8 เหมาะกับการฟังยาว ๆ มากกว่า

Pi8 มีโทนเสียงที่ละเมียดและเป็นผู้ใหญ่กว่า ทำให้มีโอกาสฟังนานแล้วล้าหูน้อยกว่า โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบเบสหรือแหลมที่เร้าอารมณ์ตลอดเวลา

ถ้าคุณชอบเปิดเพลงยาว ๆ ระหว่างทำงาน อ่านหนังสือ หรือฟังตอนกลางคืน Pi8 จะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในแง่ความสบายของเสียง

Moment 3

ตอนฟังนาน ๆ ระหว่างทำงาน

Pi8 ฟังสบายกว่า

เสียงที่ละเมียดกว่าเหมาะกับ long session มากกว่า

Devialet สนุกกว่า แต่บางคนอาจเหนื่อยเร็วกว่า

Devialet Gemini II ฟังสนุกและมีพลัง แต่เพราะบุคลิกเสียงมีเบสและ dynamic ชัดกว่า คนที่ไวต่อแรงปะทะหรือเสียงแนว V-shape อาจรู้สึกเหนื่อยเมื่อฟังต่อเนื่องนาน ๆ

ถ้าฟังเป็นช่วง ๆ หรือฟังเพลงสนุกเป็นหลัก Devialet ทำได้ดีมาก แต่ถ้าฟังยาวหลายชั่วโมง Pi8 อาจเข้ากับชีวิตจริงมากกว่า

Pi8 จะโชว์จุดเด่นที่สุดเมื่อสภาพแวดล้อมค่อนข้างเงียบ

จุดเด่นของ Pi8 อย่าง texture, depth และรายละเอียดเล็ก ๆ จะชัดที่สุดเมื่อคุณมีสมาธิฟังเพลงและอยู่ในที่ไม่วุ่นวายมาก ถ้าใช้บนรถไฟฟ้า คาเฟ่เสียงดัง หรือเดินทาง จุดเด่นบางส่วนอาจถูกเสียงรอบตัวกลบไป

ANC ของ Pi8 ใช้งานได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลหลักในการซื้อ ถ้าโจทย์คือความเงียบสูงสุด Pi8 ไม่ใช่ตัวที่ควรซื้อแทน Sony หรือ Bose

Moment 4

ตอนใช้ข้างนอก / คาเฟ่ / เดินทาง

Devialet ได้เปรียบบางจุด

เสียงที่มี impact ช่วยให้ฟังสนุกนอกบ้าน แต่ต้องระวังเรื่อง connection

Devialet ฟังนอกบ้านได้สนุกกว่า แต่ต้องเช็กความเสถียร

Devialet Gemini II มีบุคลิกเสียงที่เหมาะกับการฟังนอกบ้านมากกว่าในบางสถานการณ์ เพราะเบสและ impact ทำให้เพลงยังมีพลังแม้มีเสียงรอบตัว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อคือเรื่อง Bluetooth dropout หรือความเสถียรของการเชื่อมต่อ เพราะมีผู้ใช้บางส่วนรายงานปัญหานี้ และถ้าเจอจริงจะกระทบประสบการณ์ใช้งานมาก

Pi8 เป็นความต่างที่ต้องฟังลึกถึงจะเห็นค่า

Pi8 ไม่ได้ให้ความว้าวแบบเบสกระแทกหรือเสียงเร้าใจตั้งแต่วินาทีแรก แต่เป็นหูฟังที่ยิ่งฟังเพลงร้อง เพลง acoustic หรือเพลงที่มีรายละเอียดมาก ยิ่งเห็นคุณค่าของ texture และ depth

ถ้าคุณเป็นคนฟังลึกและให้ความสำคัญกับเสียงร้อง Pi8 จะคุ้มกว่าในระยะยาว แต่ถ้าฟังแบบเปิดผ่าน ๆ อาจรู้สึกว่าความต่างไม่ชัดเท่าราคา

Moment 5

ตอนซื้อแพงแล้วอยากรู้สึกต่างทันที

Devialet ว้าวง่ายกว่า แต่ Pi8 คุ้มกับคนฟังลึกกว่า

ความคุ้มของสองรุ่นนี้ไม่เหมือนกัน

Devialet ให้ความต่างที่จับได้เร็วกว่า

Devialet Gemini II ทำให้รู้สึกถึงความพรีเมียมได้ง่ายกว่าในแง่เบส impact และพลังของเพลง เปิดเพลงสมัยใหม่แล้วรู้สึกสนุกทันที

ถ้าคุณอยากซื้อหูฟังแพงแล้วรู้สึกว่ามันต่างจาก TWS ทั่วไปอย่างรวดเร็ว Devialet มีโอกาสทำให้ประทับใจง่ายกว่า Pi8

จุดที่ควรรู้ก่อนจ่ายเงิน

ทั้งสองรุ่นเป็น TWS พรีเมียมสายเสียง แต่ข้อควรระวังไม่เหมือนกัน Pi8 ต้องเช็ก fit, seal และการโทร ส่วน Devialet ต้องเช็กความเสถียรของ Bluetooth และข้อจำกัดเรื่อง codec ก่อนซื้อ

สิ่งที่อาจทำให้ Pi8 ไม่เหมาะกับคุณ

Pi8 คุ้มเมื่อคุณให้ค่ากับเสียงร้อง texture และความละเมียดจริง ๆ แต่ถ้าคาดหวังเบสแรง ความว้าวทันที หรือการใช้งานแบบโทรประชุมทั้งวัน อาจไม่ใช่ตัวที่ตรงที่สุด

  • ถ้าชอบเบสหนักและ impact แบบชัดมาก Devialet จะตอบโจทย์กว่า
  • ถ้า fit หรือ seal ไม่ดี เสียง เบส และ ANC จะดรอปลงชัดเจน
  • ถ้าโทรหรือประชุมบ่อย call quality อาจไม่ใช่จุดแข็งที่สุดของ Pi8
  • ถ้าใช้ iPhone เป็นหลัก คุณจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก aptX Adaptive หรือ aptX Lossless เต็มที่
  • ถ้าต้องการ EQ ที่ปรับละเอียดมาก Pi8 อาจจำกัดกว่าที่คาด

สิ่งที่อาจทำให้ Devialet Gemini II ไม่เหมาะกับคุณ

Devialet Gemini II คุ้มเมื่อคุณชอบเสียงสนุก เบสแน่น และ dynamic ชัด แต่ถ้าคุณฟัง vocal เป็นหลัก หรือซีเรียสเรื่อง codec และ connection ต้องคิดให้รอบก่อนซื้อ

  • ถ้าฟัง vocal, acoustic หรือเพลงไทยเป็นหลัก Pi8 จะให้เสียงร้องที่มี texture กว่า
  • ถ้าใช้ Android และต้องการ LDAC, aptX Adaptive หรือ aptX Lossless Gemini II อาจทำให้รู้สึกเสียดาย
  • มีผู้ใช้บางส่วนรายงานปัญหา Bluetooth dropout จึงควรซื้อจากร้านที่มีประกันชัดเจน
  • ถ้าไวต่อเบสหรือเสียงที่มีพลังมาก อาจฟังนานแล้วเหนื่อยกว่า Pi8
  • ถ้าต้องการ multipoint หลายอุปกรณ์หรือ ecosystem ที่ยืดหยุ่นมาก Pi8 ได้เปรียบกว่า

จ่ายแพงแล้วคุ้มตรงไหน

Pi8 คุ้มกว่าเมื่อคุณให้เสียงร้องเป็นเหตุผลหลักในการซื้อ โดยเฉพาะ vocal, acoustic, jazz และเพลงไทยที่ต้องการน้ำหนักเสียงกับ texture
ถ้าเน้นเสียงร้อง
Devialet ฟัง vocal ได้ดี แต่ไม่ได้ดึงเสียงร้องมาเป็นพระเอกเท่า Pi8 เพราะบุคลิกจะเน้นเบสและพลังของเพลงมากกว่า
Pi8 มีเบสที่คุมดีและกระชับ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสะใจหรือแรงปะทะแบบชัดมาก
ถ้าเน้นเบส / dynamic
Devialet คุ้มกว่าชัดเจน เพราะให้เบส impact และ dynamic ที่ทำให้เพลง pop, EDM, hip-hop และ rock สนุกกว่า
Pi8 เหมาะกับการฟังนานกว่า เพราะโทนเสียงละเมียดกว่าและไม่เร้าอารมณ์ตลอดเวลา
ถ้าฟังนาน
Devialet ฟังสนุกกว่า แต่ถ้าเปิดดังหรือฟังต่อเนื่องนาน ๆ คนที่ไวต่อเบสอาจเหนื่อยกว่า
Pi8 เป็นความคุ้มแบบยิ่งฟังยิ่งเห็นรายละเอียด เหมาะกับคนที่ฟังลึกและจับ texture ของเสียงบ่อย
ถ้าอยากรู้สึกต่างทันที
Devialet ให้ความว้าวง่ายกว่า เพราะเบส แรงปะทะ และ dynamic ทำให้รู้สึกพรีเมียมได้เร็วกว่า
Pi8 คุ้มในระยะยาวถ้าคุณชอบเสียง refined, vocal texture, depth และใช้ codec ฝั่ง Android ได้เต็มที่
ถ้าคิดระยะยาว
Devialet คุ้มถ้าคุณชอบเสียงสนุกและฟังเพลงสมัยใหม่เป็นหลัก แต่ต้องรับความเสี่ยงเรื่อง connection และ codec ที่จำกัดกว่า

หมายเหตุเรื่องเสียงของ Pi8 และ Devialet Gemini II

คู่นี้ไม่ควรเลือกจากคำว่าใครเสียงดีกว่าแบบรวม ๆ เพราะ Pi8 และ Devialet Gemini II ดีคนละทาง Pi8 เหมาะกับเสียงร้อง texture ความละเมียด และการฟังลึก ส่วน Devialet เหมาะกับเบส impact dynamic และความสนุกของเพลง เรื่องเสียงเป็นความชอบส่วนตัวมาก Fit, seal, codec, มือถือที่ใช้ จุกหู และแนวเพลงที่ฟังมีผลทั้งหมด ทางที่ดีที่สุดคือควรลองฟังด้วยหูตัวเองก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหูฟังระดับราคานี้

ยังไม่มั่นใจ?

อ่านรีวิวเต็มของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ

ถ้าคุณยังลังเลว่า Pi8 ละเมียดพอให้จ่ายเพิ่มไหม หรือ Devialet Gemini II สนุกและมีพลังตรงกับเพลงที่ฟังหรือเปล่า แนะนำให้อ่านรีวิวเต็มของแต่ละรุ่นก่อน เพราะสองตัวนี้ไม่ได้คุ้มแบบเดียวกัน

Final verdict

เลือก Pi8 ถ้าชอบฟังลึก เลือก Devialet ถ้าชอบฟังสนุก

ถ้าต้องการ TWS ที่เน้นเสียงร้อง ความละเมียด รายละเอียด texture และการฟังเพลงแบบจริงจัง Bowers & Wilkins Pi8 เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า โดยเฉพาะคนที่ฟัง vocal, jazz, acoustic หรือเพลงไทยเป็นหลัก จุดแข็งของ Pi8 คือเสียงที่มีเนื้อ มี depth และฟังนานได้สบายกว่า

แต่ถ้าต้องการ TWS ที่ให้เสียงสนุก เบสแน่น dynamic ดี และฟังเพลงสมัยใหม่ได้มันกว่า Devialet Gemini II จะตอบโจทย์กว่า โดยเฉพาะคนที่ฟัง pop, EDM, hip-hop, R&B หรือ rock และอยากได้ความว้าวตั้งแต่เปิดเพลง

สรุปแบบสั้นที่สุด: เลือก Pi8 ถ้าชอบเสียงละเมียด เสียงร้องดี ฟังลึก และฟังนาน แต่ เลือก Devialet Gemini II ถ้าชอบเสียงสนุก เบสแน่น impact ดี และอยากได้พลังของเพลงมากกว่า ถ้าเป็นไปได้ควรลองฟังก่อนตัดสินใจ เพราะเรื่องเสียงขึ้นกับความชอบส่วนตัว fit และแนวเพลงที่ฟังมาก

ดูราคา Pi8ดูราคา Devialet