Cayin C9ii vs Luxury & Precision EA4: เลือกแอมป์ปรับ mood หรือเลือกตัวแรงใกล้ desktop
ถ้ากำลังมองแอมป์พกพาไฮเอนด์ระดับเกือบแสนถึงแสนกว่า สองรุ่นนี้ไม่ได้ต่างกันแค่ราคา แต่ต่างกันที่ philosophy ของการฟัง: C9ii เป็นตัวที่ปรับ character ได้สนุกและใช้กับ IEM ง่ายกว่า ส่วน EA4 เป็นตัวที่จริงจังเรื่องพลัง scale และ full-size / planar มากกว่า
คำตอบเร็วคือ ถ้าใช้ IEM เป็นหลักและอยากได้แอมป์ที่บาลานซ์ระหว่างเสียง ขนาด ราคา และความยืดหยุ่น เลือก C9ii ก่อน แต่ถ้าใช้ headphone หรือ planar จริงจัง และอยากได้ transportable amp ที่ให้แรงกับ authority เหนือ DAP ปกติ EA4 คือรุ่นที่ควรมองต่อ
เลือกตัวไหนดีแบบเร็ว: C9ii หรือ EA4
ถ้าตัดเรื่องแบรนด์ออกไป คำถามจริงมีแค่สองข้อ: คุณใช้ IEM หรือ full-size มากกว่ากัน และคุณต้องการ “ปรับ mood” หรือ “เพิ่มแรงกับ scale” มากกว่ากัน
| สถานการณ์ของคนซื้อ | ควรเลือก | เหตุผล |
|---|---|---|
| ใช้ IEM high-end เป็นหลัก | Cayin C9ii | คุมงบง่ายกว่า ปรับ character สนุกกว่า และไม่จำเป็นต้องใช้ power ระดับ EA4 เสมอไป |
| ใช้ full-size / planar จริงจัง | L&P EA4 | ภาพรวมเน้น power, stage, authority และ desktop-feel มากกว่า |
| ชอบสลับโหมดเสียงแบบเข้าใจง่าย | Cayin C9ii | Tube / solid-state / Class A / AB / Hyper เข้าใจง่ายกว่า EA4 |
| ชอบจูนละเอียดและใช้เวลาเล่นกับระบบ | L&P EA4 | ILA/ILH, CC/CV, rail ±13V/±15V และ bias ทำให้ปรับลึกกว่า |
| ยังไม่มี source ดี | ยังไม่ควรซื้อทั้งคู่ | สองรุ่นนี้เป็น amp only ถ้า source ยังไม่ถึง ผลที่ได้จะไม่คุ้มกับเงิน |
| อยากได้เครื่องเดียวจบ ไม่อยาก stack | มอง DMP-Z1 หรือ DAP flagship | C9ii และ EA4 ต้องต่อหลายชิ้น ไม่ใช่ all-in-one |
สองรุ่นนี้คืออะไร และต่างกันตรง philosophy ตรงไหน
ทั้ง C9ii และ EA4 เป็นแอมป์พกพา/transportable amp แบบไม่มี DAC ในตัว หน้าที่คือรับสัญญาณ analog จาก DAP หรือ DAC แล้วขยายต่อให้ IEM หรือ headphone ดังนั้นมันไม่ใช่ทางลัดสำหรับคนที่ source ยังไม่ถึง แต่เป็นอัปเกรดสำหรับคนที่มี chain หลักแล้วอยากดันต่อ
Cayin C9ii
เหมาะกับคนที่อยากได้แอมป์หลอด/solid-state ในตัวเดียว ปรับ mood ได้หลายแบบ ใช้กับ IEM ง่ายกว่า และยังพอบาลานซ์เรื่องขนาด ราคา และการใช้งานจริง
Luxury & Precision EA4
เหมาะกับคนที่ต้องการ transportable amp จริงจังขึ้น เน้นแรง เวที ไดนามิก และ authority สำหรับ full-size / planar มากกว่า แต่แลกกับราคา ขนาด และความซับซ้อนที่สูงขึ้น
| ประเด็น | Cayin C9ii | L&P EA4 |
|---|---|---|
| ประเภท | Portable hybrid headphone amplifier | Flagship portable high-power tube amplifier |
| DAC / Player | ไม่มี ต้องต่อ source ภายนอก | ไม่มี ต้องต่อ source ภายนอก |
| ภาพรวม | flexibility + mood tuning | power + scale + authority |
| กลุ่มคนซื้อ | IEM / DAP stack / คนอยากเล่นโหมดเสียง | full-size / planar / serious transportable rig |
ราคาไทยและความคุ้ม: ส่วนต่างราว 18,000 บาทควรจ่ายไหม
ข้อมูล research ที่รวบรวมได้ระบุราคาไทยของ C9ii ประมาณ 86,990 บาท ส่วน EA4 ประมาณ 104,900 บาท จึงมีส่วนต่างราว 18,000 บาท คำถามไม่ใช่แค่ว่า EA4 แพงกว่า แต่ต้องถามว่า headphone/source ของเราต้องการสิ่งที่ EA4 ให้เพิ่มจริงหรือเปล่า
| รุ่น | ราคาไทยโดยประมาณ | ภาพรวมความคุ้ม | อ่านต่อ |
|---|---|---|---|
| Cayin C9ii | ประมาณ 86,990 บาท | คุ้มกว่าสำหรับคนใช้ IEM เป็นหลัก หรืออยากได้แอมป์ที่บาลานซ์กว่าในงบต่ำกว่า EA4 | รีวิว C9ii |
| Luxury & Precision EA4 | ประมาณ 104,900 บาท | คุ้มกว่าเมื่อใช้ full-size / planar ที่ scale กับ amp และต้องการ power/authority มากกว่า | รีวิว EA4 |
สเปกที่มีผลจริง: ตัวไหนแรงกว่า ตัวไหนซับซ้อนกว่า
หน้าเปรียบเทียบนี้ไม่ควรชนสเปกแบบ brochure แต่ควรดูเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนประสบการณ์ฟังจริง เช่น power, โหมดหลอด, class, battery, noise floor และการจับคู่กับ IEM หรือ planar
| Spec | Cayin C9ii | L&P EA4 | ความหมายกับคนซื้อ |
|---|---|---|---|
| ภาคหลอด | Nutube + solid-state timbre ปรับได้ | Korg Nutube 6P1 คู่ เป็น tube-centric มากกว่า | C9ii ให้สลับ character ง่ายกว่า ส่วน EA4 ให้หลอดเป็นแกนหลักแล้วจูนลึก |
| กำลังขับ | ข้อมูลรีวิวให้ตัวเลขหลายช่วง ขึ้นกับ mode/load แต่ถือว่าแรงมากสำหรับ portable | research เดี่ยวระบุ balanced สูงสุดประมาณ 6.8W @ 32Ω และ 1.2W @ 300Ω | EA4 วางภาพเป็นตัวแรงกว่า เหมาะกับ headphone/planar มากกว่า |
| โหมดเสียง | Tube/SS, Class A/AB/Hyper, Anode H/L, NFB | ILA/ILH, CC/CV, Class A/AB, ±13V/±15V, tube gain | C9ii เข้าใจง่ายกว่า EA4 ปรับลึกกว่าแต่เรียนรู้ยากกว่า |
| แบตเตอรี่ | 18650 × 4 ใน battery module | Panasonic 18650 × 6 | EA4 มีภาคไฟจริงจังกว่าแต่มีแนวโน้มใหญ่/หนักกว่า |
| ขนาด/น้ำหนัก | ประมาณ 165 × 88.5 × 30 mm / 650g | ขนาด user measurement ประมาณ 180 × 100 × 33 mm, น้ำหนัก official ไม่ชัด | ทั้งคู่เป็น transportable มากกว่า pocket portable; EA4 ดูจริงจังกว่าเรื่องขนาด |
| IEM sensitive | มีรายงาน hiss กับ IEM ไวมากในบางรีวิว | user impression บอก noise floor ต่ำ แต่ไม่มีตัวเลข official ครบ | ถ้า IEM ไวมาก ต้องลองจริงทั้งคู่ และเริ่มจาก low gain เสมอ |
ตัวเลข power ไม่ควรใช้ฟันธงเรื่องเสียงทั้งหมด เพราะ implementation, source, load, gain และหูฟังที่ใช้มีผลมาก ควรใช้เป็นตัวบอก “ขอบเขตการใช้งาน” มากกว่า “ตัวไหนเสียงดีกว่าแน่นอน”
แนวเสียงรวม: C9ii เล่น mood ง่ายกว่า / EA4 ให้ scale จริงจังกว่า
จาก consensus ในข้อมูล research ฝั่ง C9ii มีรีวิวเชิงลึกมากกว่า ส่วน EA4 มี official spec และ user impression ที่ชี้ไปทาง power, stage และ authority สูงมาก ดังนั้นควรเขียนแบบระวัง: C9ii = more flexible, EA4 = more serious
| มิติของเสียง | Cayin C9ii | L&P EA4 | สรุป |
|---|---|---|---|
| Bass | คุมดี ปรับได้ตั้งแต่หนาไปจนกระชับตามโหมด | เน้น slam, density และ authority มากกว่า | EDM/planar/full-size → EA4 ได้ภาษี |
| Mid / Vocal | Tube mode ให้ body และความฟังง่าย เหมาะกับเพลงร้อง | mid มีน้ำหนักและ texture แต่โทนจริงจังกว่า | เพลงไทย 90 / vocal ฟังสบาย → C9ii น่าเริ่มก่อน |
| Treble | ปรับจาก smooth ไปจนเปิดขึ้นได้ตาม timbre/class | ออก refined, clean, airy แต่ไม่ควรคาดหวังหวานจัด | C9ii จูนง่ายกว่า EA4 เน้น refinement |
| Soundstage | กว้าง holographic ดีมากสำหรับ portable amp | user impression ชี้ว่า scale/stage ใหญ่และมี authority สูงกว่า | ถ้าต้องการเวทีใหญ่สุดทาง → EA4 |
| Overall | musical-reference, flexible, ใช้งานจริงง่ายกว่า | neutral-warm reference, serious, powerful | เลือกตาม chain มากกว่าตามสเปกอย่างเดียว |
โหมดเสียง: C9ii ปรับง่ายกว่า ส่วน EA4 ปรับลึกกว่า
ทั้งสองรุ่นขายเรื่องการปรับ character แต่คนละสไตล์ C9ii เหมือนเลือก mood หลักแล้วฟังต่อได้เลย ส่วน EA4 เหมือนเครื่องมือจูนระบบที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากกว่า
| ประเด็น | Cayin C9ii | L&P EA4 | ใครเหมาะกว่า |
|---|---|---|---|
| ความง่าย | เข้าใจง่ายกว่า เลือก tube/SS + class | ต้องเข้าใจ ILA/ILH, CC/CV, rail, bias | คนอยากเสียบแล้วฟัง → C9ii |
| ความลึก | ปรับได้เยอะ แต่ยังเป็น logic ตรงไปตรงมา | ปรับละเอียดกว่าและเปลี่ยนบุคลิกได้หลายมิติ | คนชอบจูนระบบ → EA4 |
| เพลงร้อง | Tube / Class A ช่วยให้ร้องมีเนื้อและฟังง่าย | Class A / tube-centric ให้ body และ scale แต่จริงจังกว่า | เพลงไทย 90 เริ่มจาก C9ii ง่ายกว่า |
| rock / EDM | SS / AB / Hyper ให้จังหวะและ impact ดี | ±15V / mode ที่เน้น current ช่วยให้ slam หนักกว่า | ถ้าใช้ headphone ใหญ่ → EA4 |
ใช้กับ IEM: C9ii ดูสมเหตุสมผลกว่า แต่ EA4 ก็มีจุดแข็งของตัวเอง
ถ้าใช้ IEM เป็นหลัก C9ii เป็นคำตอบที่เข้าท่ากว่าในแง่ราคาและความยืดหยุ่น เพราะ IEM ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการ power ระดับ EA4 แต่ถ้าเป็น IEM high-end ที่ scale กับ source/amp ได้มาก EA4 อาจให้เวทีและแรงปะทะที่น่าฟังกว่า
| IEM Character | C9ii | EA4 | เลือกตัวไหน |
|---|---|---|---|
| Neutral / reference IEM | เติม body และ mood ได้ง่าย | เพิ่ม scale และ authority ได้มาก | ฟังเพลงทั่วไป → C9ii / ต้องการสุดทาง → EA4 |
| Bright / technical IEM | Tube mode ช่วย soften edge ได้ | ต้องเลือก mode ระวัง ไม่ให้เสียงจริงจังเกิน | C9ii ใช้ง่ายกว่า |
| Warm / thick IEM | ใช้ SS/AB เพื่อคุมความหนาได้ | อาจช่วย control ได้ดี แต่ต้องระวัง body เยอะเกิน | ขึ้นกับ pairing |
| Very sensitive IEM | มีรายงาน hiss ในบางกรณี ต้องลองจริง | user impression ดีเรื่อง noise floor แต่ยังต้องลอง gain/volume | ต้องลองทั้งคู่ก่อนซื้อ |
| Summit-Fi IEM | คุ้มถ้าอยากเพิ่ม texture/mood | คุ้มถ้า IEM scale กับ amp มากและต้องการ stage ใหญ่ | ขึ้นกับแนวเพลงและ source |
ดูภาพรวม IEM ระดับสูงเพิ่มเติมได้ที่ High-End IEM ระดับ Summit-Fi และ หน้า High-End IEM
ใช้กับ full-size / planar: EA4 มีภาษีกว่าเมื่อหูฟังเริ่มกินแรง
ถ้าโจทย์คือ headphone ที่ต้องการทั้งแรงและ control ไม่ใช่แค่ทำให้ดัง EA4 คือรุ่นที่น่ามองกว่า เพราะ positioning และ user impression ชี้ไปทาง transportable amp ที่จริงจังกับ full-size / planar มากกว่า C9ii
| Headphone type | C9ii | EA4 | สรุป |
|---|---|---|---|
| Dynamic driver ทั่วไป | ขับได้ดีมากในหลายกรณี | เหลือ headroom มากกว่า | ใช้ทั่วไป C9ii พอ / อยากสุดขึ้น EA4 |
| High impedance เช่น HD800S/HD650 | ใช้ได้ดีถ้า source และ gain ลงตัว | มีภาพรวม headroom สูงกว่า | EA4 เหมาะกว่าเมื่อเน้น scale |
| Planar เช่น HE1000 / Arya | ขับได้ แต่ไม่ใช่ตัวที่เน้น power สุดทาง | น่าสนใจกว่าเพราะเน้น authority และ current | EA4 ได้เปรียบ |
| Susvara / HE6 class | ไม่ควรคาดหวังแทน desktop amp เต็มศักยภาพ | อาจทำให้ดังและฟังได้ดีขึ้น แต่ยังควรลองกับ desktop amp | ถ้าฟังอยู่บ้านจริงจัง ไป desktop amp ยังสมเหตุสมผลกว่า |
เหมาะกับเพลงแบบไหน: เพลงร้องเลือกง่ายกว่า ส่วน scale ใหญ่ EA4 ไปไกลกว่า
| แนวเพลง | Cayin C9ii | L&P EA4 | ควรเลือก |
|---|---|---|---|
| เพลงไทย 90 / vocal | ได้ความอิ่ม ฟังง่าย ปรับหลอดแล้วเข้าทาง | เสียงใหญ่ มี body และ texture จริงจังกว่า | เริ่มจาก C9ii ถ้าเน้นร้องและ IEM |
| Acoustic / jazz vocal | ได้ mood และ harmonic ดี | ได้ room ambience, stage และ density มากกว่า | ขึ้นกับชอบความสบายหรือ scale |
| Rock | AB/Hyper ให้จังหวะดีและสนุก | slam และ control หนักกว่าเมื่อใช้ headphone ใหญ่ | headphone/planar → EA4 |
| Metal | จูนให้ไม่คมเกินง่ายกว่า | แรงกว่าแต่ต้องคุม treble/pairing ระวัง | C9ii ใช้ง่ายกว่า |
| EDM | เบสสนุกและคุมได้ดี | macrodynamic และ sub-bass authority เด่นกว่า | EA4 ถ้าหูฟังรับแรงได้ |
| Classical / live | stage ดีและฟังง่าย | scale, depth และ dynamic range น่าสนใจกว่า | EA4 ได้เปรียบเมื่อ chain พร้อม |
จับคู่กับ DAP/DAC แบบไหนถึงจะคุ้ม
เพราะทั้งคู่ไม่มี DAC ในตัว source จึงสำคัญมาก ถ้าต่อจาก DAP หรือ DAC ที่ยังไม่ถึง แอมป์ราคาเกือบแสน/เกินแสนจะกลายเป็นการขยายข้อจำกัดของ source ไปด้วย
| Source / chain | C9ii | EA4 | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| L&P P6 Pro 10th | เพิ่ม mood และแรงให้ R2R chain | เข้าทาง L&P ecosystem และพลังมากกว่า | ถ้าใช้ P6 อยู่แล้ว EA4 มีเหตุผลมาก |
| Astell&Kern SP4000 / SP3000 | เติม texture และ character ให้ source clean | เพิ่ม scale และ authority ให้ reference DAP | ทั้งคู่เข้าทาง ขึ้นกับ IEM/headphone |
| Sony WM1ZM2 / WM1AM2 | ต่อยอดความ musical ของ Sony ได้ดี | เพิ่มแรงและ stage แต่ต้องระวัง warm ซ้อน warm | คนชอบเสียงร้องอาจเริ่ม C9ii ก่อน |
| Cayin N8ii / N30LE / N7 | เข้ากับ Cayin ecosystem และ mode logic | ได้ power เพิ่ม แต่โหมดซ้อนกันเยอะ | ควรลองก่อนซื้อ |
| มือถือ + dongle DAC | ใช้ได้แต่ไม่คุ้มถ้า dongle ยังกลาง ๆ | ยิ่งไม่คุ้มถ้า source เป็นคอขวด | ดู DAC/Amp พกพา ก่อน |
| Desktop DAC | ทำเป็น transportable/desktop stack ได้ดี | เหมาะมากถ้าใช้เป็น headamp หลักบนโต๊ะ | ถ้าฟังประจำที่บ้าน EA4 หรือ desktop amp น่าสนใจ |
สำหรับพื้นฐานว่า DAP ยังจำเป็นไหม อ่านต่อที่ DAP คืออะไร และถ้ายังไม่แน่ใจเรื่อง streaming/source อ่าน Tidal vs Apple Music vs FLAC
ใช้งานจริง: ทั้งคู่คือ transportable ไม่ใช่ของใส่กระเป๋ากางเกง
คำว่า portable ในโลกแอมป์ไฮเอนด์ไม่ได้แปลว่าพกเดินเล่นสบาย ๆ เสมอไป ทั้ง C9ii และ EA4 เหมาะกับการวางบนโต๊ะทำงาน ข้างเตียง หรือพกไปนั่งฟังจริงจังมากกว่าการใช้งานระหว่างเดินทางแบบ TWS
| เรื่องใช้งานจริง | C9ii | EA4 | ใครได้เปรียบ |
|---|---|---|---|
| พกพา | หนักแต่ยังจัดการง่ายกว่า | ใหญ่กว่า/จริงจังกว่าโดยธรรมชาติ | C9ii |
| ความร้อน | มี โดยเฉพาะ Class A/Hyper | มี โดยเฉพาะ Class A และ rail สูง | ขึ้นกับ mode |
| ความง่าย | เลือกโหมดง่ายกว่า | ต้องเรียนรู้มากกว่า | C9ii |
| ใช้บนโต๊ะ | ดีมากสำหรับ DAP stack | ดีมากและใกล้ desktop-feel กว่า | EA4 ถ้ารับขนาดได้ |
| สาย / stack | ต้องใช้ line-out / balanced เช่นกัน | ต้องใช้ line-out / balanced และจัด gain ระวัง | เสมอกัน |
ซื้อแล้วอาจเสียดายเพราะอะไร
C9ii อาจไม่ใช่คำตอบ ถ้า...
- ใช้ planar/full-size ที่ต้องการแรงแบบจริงจังมาก
- ใช้ IEM ไวมากและกังวล hiss
- อยากได้ all-in-one ไม่อยากต่อ DAP + amp
- มี desktop amp ดีอยู่แล้วและฟังอยู่บ้านเป็นหลัก
EA4 อาจไม่ใช่คำตอบ ถ้า...
- ใช้ IEM ขับง่ายเป็นหลัก
- ไม่ชอบของใหญ่ หนัก ร้อน และโหมดเยอะ
- ยังไม่มี source หรือ headphone ที่ scale ได้จริง
- งบเกินแสนควรไปอัป DAP/DAC/headphone ก่อน
แล้วทำไมไม่ซื้อ Sony DMP-Z1 หรือ desktop amp ไปเลย
ถ้าโจทย์คือไม่อยาก stack หลายกล่อง หรือฟังอยู่บ้านเป็นหลัก C9ii และ EA4 อาจไม่ใช่คำตอบเดียว ยังมีทางเลือกอย่าง Sony DMP-Z1, desktop amp หรือ DAP flagship ที่มีภาคแอมป์ดีในตัว
| ทางเลือก | เหมาะกับใคร | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| Sony DMP-Z1 | คนอยากได้ all-in-one transportable | ไม่ต้อง stack หลายกล่อง เสียง Sony ขนาดใหญ่ | ใหญ่ แพง และไม่ใช่ของพกง่าย |
| Desktop amp | คนฟังอยู่บ้านและใช้ headphone โหด | แรงและเสถียรกว่าในหลายกรณี | ไม่ portable และต้องมีพื้นที่/ไฟบ้าน |
| DAP flagship | คนอยากจบเครื่องเดียว | ใช้งานง่ายกว่า stack | ภาคแอมป์อาจยังไม่ถึง amp แยก |
| C9ii / EA4 | คนมี DAP/DAC ที่ชอบอยู่แล้ว | อัปเกรดภาคแอมป์โดยไม่ทิ้ง source เดิม | ต้องต่อสายหลายชิ้นและจัด gain เอง |
อ่านต่อ: AMP แยกจำเป็นไหม และ DAC แยกจำเป็นไหม
คำถามที่คนลังเลระหว่าง C9ii กับ EA4 มักถาม
C9ii กับ EA4 ตัวไหนเสียงดีกว่า
ตอบแบบตรงไปตรงมาไม่ได้ เพราะขึ้นกับ source, IEM/headphone และโหมดที่ใช้ แต่ถ้ามอง character C9ii เด่นเรื่องปรับ mood และใช้งานง่าย ส่วน EA4 เด่นเรื่อง scale, authority และ full-size/planar มากกว่า
ถ้าใช้ IEM เป็นหลักควรเลือกตัวไหน
โดยทั่วไป C9ii เหมาะกว่าในเชิงความคุ้มและความยืดหยุ่น แต่ถ้าเป็น IEM ระดับสูงที่ scale กับ amp มาก และคุณอยากได้เวที/แรงปะทะเพิ่ม EA4 ก็มีเหตุผล ควรลองเรื่อง gain และ noise ก่อนซื้อ
ถ้าใช้ planar ควรเลือกตัวไหน
EA4 น่ามองกว่า เพราะ positioning และ user impression ไปทาง power/authority สำหรับ full-size และ planar มากกว่า แต่ถ้าเป็น planar ที่ไม่ได้กินแรงมาก C9ii ก็ยังน่าใช้
สองรุ่นนี้แทน desktop amp ได้ไหม
แทนได้บางกรณี โดยเฉพาะ headphone ที่ไม่โหดสุดทาง แต่ถ้าเป็น Susvara, HE6 class หรือฟังอยู่บ้านจริงจัง desktop amp ยังเป็นทางที่สมเหตุสมผลกว่า
ถ้ายังไม่มี DAP/DAC ดี ควรซื้อไหม
ยังไม่ควร เริ่มจาก source และหูฟังหลักก่อน สองรุ่นนี้เหมาะกับคนที่ chain พร้อมแล้วและรู้ว่าต้องการอะไรจาก amp แยก
สรุป: เลือก C9ii ถ้าอยากเพิ่ม character เลือก EA4 ถ้าอยากเพิ่ม scale
Cayin C9ii คือคำตอบที่ดูบาลานซ์กว่าในฐานะแอมป์พกพาไฮเอนด์สำหรับคนใช้ IEM และ DAP stack จริงจัง มันให้ความยืดหยุ่นสูง ปรับ mood ง่ายกว่า และราคาต่ำกว่า EA4 พอสมควร
Luxury & Precision EA4 เหมาะกับคนที่ chain พร้อมกว่า ใช้ full-size หรือ planar มากขึ้น และอยากได้ transportable amp ที่ขยับเข้าใกล้ desktop-feel ทั้งเรื่องแรง เวที ไดนามิก และ authority แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันแพงกว่า ซับซ้อนกว่า และไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความง่าย
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
ต่อจากหน้านี้ แนะนำอ่านรีวิวเดี่ยวของทั้งสองรุ่นก่อน แล้วค่อยดูทางเลือกอย่าง DMP-Z1, DAP สำหรับเป็น source และพื้นฐานเรื่อง amp แยก