ไม่มี 3.5mm backup
ไม่มีสาย 3.5mm และไม่มี wired fallback หากแบตหมดใช้งานต่อไม่ได้
LIGHTSPEED 2.4GHz + Bluetooth 5.1, แบต 18 ชม., น้ำหนักเบามาก เหมาะ PC/PS5 และผู้เริ่มต้น
เหมาะกับคนที่ต้องการหูฟังเกมมิ่งไร้สายราคาประหยัด ใส่สบาย และใช้กับ PC/PS5 เป็นหลัก แต่ไม่เหมาะกับ Xbox, FPS จริงจัง หรือคนต้องการไมค์คุณภาพสูง
รุ่นนี้คือหูฟังเกมมิ่งไร้สายงบประหยัดที่น่าซื้อเมื่อได้ราคาต่ำกว่า 2,000 บาท เพราะได้ทั้ง LIGHTSPEED และ Bluetooth พร้อมน้ำหนักเบามาก แต่ต้องซื้อด้วยความเข้าใจว่าไมค์ เสียง FPS และฟีเจอร์ปรับแต่งยังอยู่ระดับเริ่มต้น ไม่ใช่ตัวจบสำหรับ competitive gaming
รุ่นนี้เป็น over-ear wireless gaming headset ที่ชูจุดขายเรื่องน้ำหนัก 165 กรัม การเชื่อมต่อ LIGHTSPEED 2.4GHz และ Bluetooth ในราคาที่เข้าถึงง่าย
ตำแหน่งของรุ่นนี้คือหูฟัง gaming wireless สำหรับผู้เริ่มต้นหรือคนที่เน้นความสบายมากกว่าฟีเจอร์ระดับโปร จึงเหมาะกับ PC/PS5 gamer ที่อยากได้ headset ไร้สายตัวแรกในงบไม่สูง
การมีทั้ง LIGHTSPEED และ Bluetooth ทำให้ยืดหยุ่นกว่าหูฟังงบประหยัดหลายรุ่น แต่การใช้งานจริงต้องแยกว่า LIGHTSPEED เหมาะเล่นเกม ส่วน Bluetooth เหมาะมือถือ ฟังเพลง หรือ Nintendo Switch มากกว่า
ข้อจำกัดหลักคือไม่มี boom mic, ไม่มี 3.5mm backup, ไม่มี EQ/software ปรับเสียง และไม่รองรับ Xbox ผ่าน LIGHTSPEED ดังนั้นต้องไม่คาดหวังระดับเดียวกับรุ่นกลาง-บน
รุ่นนี้มีทั้ง LIGHTSPEED 2.4GHz ผ่าน USB-A dongle และ Bluetooth 5.1 แต่สองโหมดเหมาะกับงานคนละแบบ
สำหรับเล่นเกมบน PC หรือ PS5 ควรใช้ LIGHTSPEED dongle เป็นหลัก เพราะ latency ต่ำกว่าและเสถียรกว่า Bluetooth อย่างชัดเจน เหมาะกับเกมที่ต้องการเสียงตอบสนองทันที
Bluetooth เหมาะกับมือถือ ฟังเพลง ดูคลิป หรือใช้กับ Nintendo Switch แบบ casual มากกว่า หากใช้เล่น FPS จะมีดีเลย์สูงกว่าและอาจเสียจังหวะการจับตำแหน่งเสียง
รุ่นนี้ไม่มี wired mode และไม่มี 3.5mm backup หากแบตหมดหรือ dongle หายจะใช้งานในโหมดเกมหลักไม่ได้ จึงเป็นข้อควรระวังมากกว่าหูฟังที่มีสายสำรอง
ราคาไทยของรุ่นนี้พบได้ประมาณ 1,700–2,600 บาทตามร้านและโปรโมชัน ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือก wireless gaming headset ที่เข้าถึงง่ายมาก
ถ้าเจอราคาช่วง 1,700–2,000 บาท รุ่นนี้คุ้มสำหรับคนที่ต้องการหูฟังไร้สายเบา ๆ ไว้เล่น PC/PS5 โดยไม่เน้นไมค์และ EQ มากนัก
ถ้าราคาแตะ 2,500 บาทขึ้นไป ควรเทียบกับหูฟังที่ให้ boom mic, battery หรือ software ดีกว่า เช่น Logitech G535, Razer Barracuda X หรือขยับไปดู HyperX Cloud III Wireless หากต้องการเสียงเกมจริงจังกว่า
สำหรับคนใช้ Xbox รุ่นนี้ไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้ม เพราะจุดขาย LIGHTSPEED ใช้กับ Xbox ไม่ได้ ควรดูรุ่นที่ระบุรองรับ Xbox โดยตรง
ตารางนี้เน้นข้อมูลที่ควรรู้ก่อนซื้อ โดยเฉพาะ connection, latency, น้ำหนัก, ไมค์, แบต และ platform ที่ใช้ได้จริง
| หัวข้อ | ข้อมูลที่พบ | ผลต่อการใช้งานจริง |
|---|---|---|
| รูปแบบหูฟัง | Over-ear wireless gaming headset | ครอบหูขนาดเล็ก-กลาง เน้นเบาและใส่ง่าย |
| Driver | 40mm | เพียงพอสำหรับ gaming และ casual listening แต่ไม่ใช่สายรายละเอียดสูง |
| Frequency response | 20Hz–20kHz | มาตรฐานหูฟังทั่วไป |
| Impedance | 45Ω passive | ไม่ได้ออกแบบให้ใช้แบบมีสาย จึงเป็นข้อมูลรอง |
| Sensitivity | ประมาณ 83.1 dB SPL/mW | เสียงอาจต้องเปิด volume สูงกว่าหูฟังบางรุ่น |
| Weight | 165g | จุดแข็งที่สุด ใส่นานแล้วไม่ล้าหัวง่าย |
| Connection หลัก | LIGHTSPEED 2.4GHz + Bluetooth 5.1 | เล่นเกมใช้ dongle, มือถือใช้ Bluetooth |
| Dongle | USB-A LIGHTSPEED receiver | ใช้กับ PC/PS5 ง่าย แต่เครื่อง USB-C ต้องใช้อะแดปเตอร์ |
| Bluetooth / Codec | Bluetooth 5.1 / codec ไม่พบข้อมูลชัดเจน น่าจะ SBC | เหมาะกับใช้งานทั่วไป ไม่ใช่เกม competitive |
| Wired connection | ไม่มี 3.5mm / ไม่มี wired playback | แบตหมดแล้วใช้ต่อไม่ได้ |
| Microphone | Dual beamforming built-in microphones | สะอาดตาแต่คุณภาพไม่เท่า boom mic |
| Detachable mic | ไม่มี | ปรับตำแหน่งไมค์ไม่ได้ |
| Battery | สูงสุดประมาณ 18 ชั่วโมง | เพียงพอหลาย session แต่ไม่ใช่แบตอึดมาก |
| Charging | USB-C / fast charge ไม่พบข้อมูลชัดเจน | ชาร์จสะดวก แต่ควรชาร์จก่อนเล่น |
| Audio while charging | ไม่รองรับตามข้อมูลรีวิว | แบตหมดกลางเกมเป็นปัญหา |
| Virtual surround | Windows Sonic, Dolby Atmos, Tempest 3D ผ่าน platform | ไม่มีระบบ surround เฉพาะของหูฟัง ต้องใช้จาก OS/console |
| EQ / Software | ไม่มี companion app / G HUB ไม่รองรับเต็มรูปแบบ | ปรับเสียงและไมค์ไม่ได้ |
| Compatibility | PC, PS5, PS4, Bluetooth mobile/Switch; ไม่รองรับ Xbox LIGHTSPEED | เหมาะ PC/PS5 มากกว่า Xbox |
รูปแบบหูฟัง
Over-ear wireless gaming headset
ครอบหูขนาดเล็ก-กลาง เน้นเบาและใส่ง่าย
Driver
40mm
เพียงพอสำหรับ gaming และ casual listening แต่ไม่ใช่สายรายละเอียดสูง
Frequency response
20Hz–20kHz
มาตรฐานหูฟังทั่วไป
Impedance
45Ω passive
ไม่ได้ออกแบบให้ใช้แบบมีสาย จึงเป็นข้อมูลรอง
Sensitivity
ประมาณ 83.1 dB SPL/mW
เสียงอาจต้องเปิด volume สูงกว่าหูฟังบางรุ่น
Weight
165g
จุดแข็งที่สุด ใส่นานแล้วไม่ล้าหัวง่าย
Connection หลัก
LIGHTSPEED 2.4GHz + Bluetooth 5.1
เล่นเกมใช้ dongle, มือถือใช้ Bluetooth
Dongle
USB-A LIGHTSPEED receiver
ใช้กับ PC/PS5 ง่าย แต่เครื่อง USB-C ต้องใช้อะแดปเตอร์
Bluetooth / Codec
Bluetooth 5.1 / codec ไม่พบข้อมูลชัดเจน น่าจะ SBC
เหมาะกับใช้งานทั่วไป ไม่ใช่เกม competitive
Wired connection
ไม่มี 3.5mm / ไม่มี wired playback
แบตหมดแล้วใช้ต่อไม่ได้
Microphone
Dual beamforming built-in microphones
สะอาดตาแต่คุณภาพไม่เท่า boom mic
Detachable mic
ไม่มี
ปรับตำแหน่งไมค์ไม่ได้
Battery
สูงสุดประมาณ 18 ชั่วโมง
เพียงพอหลาย session แต่ไม่ใช่แบตอึดมาก
Charging
USB-C / fast charge ไม่พบข้อมูลชัดเจน
ชาร์จสะดวก แต่ควรชาร์จก่อนเล่น
Audio while charging
ไม่รองรับตามข้อมูลรีวิว
แบตหมดกลางเกมเป็นปัญหา
Virtual surround
Windows Sonic, Dolby Atmos, Tempest 3D ผ่าน platform
ไม่มีระบบ surround เฉพาะของหูฟัง ต้องใช้จาก OS/console
EQ / Software
ไม่มี companion app / G HUB ไม่รองรับเต็มรูปแบบ
ปรับเสียงและไมค์ไม่ได้
Compatibility
PC, PS5, PS4, Bluetooth mobile/Switch; ไม่รองรับ Xbox LIGHTSPEED
เหมาะ PC/PS5 มากกว่า Xbox
น้ำหนัก 165 กรัมทำให้รุ่นนี้ใส่สบายกว่าหูฟังเกมมิ่งทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบ headset หนัก ๆ
จุดเด่นคือความเบาและแรงบีบหัวที่ไม่หนักมาก ทำให้ใส่เล่นเกมหรือดูคอนเทนต์ต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงโดยไม่ล้าคอง่าย
อย่างไรก็ตาม earcup และ headband ออกแบบมาทางหัวเล็ก-กลางมากกว่าหัวใหญ่ ถ้าใบหูใหญ่หรือศีรษะใหญ่ควรลองก่อนซื้อ เพราะอาจรู้สึกไม่ครอบเต็มหรือหลวมเกินไป
สำหรับอากาศไทยยังมีโอกาสร้อนหูหลังใช้นาน เพราะเป็น over-ear แบบปิด แม้น้ำหนักจะเบามากก็ตาม
โทนเสียงของรุ่นนี้ออก warm-neutral เบสไม่หนักเกิน เสียงกลางชัดพอใช้ และแหลมไม่บาด แต่รายละเอียดปลายแหลมกับเวทีเสียงยังจำกัด
เบสมีความอุ่นพอให้เสียงปืนและระเบิดมี body แต่ไม่ได้หนักจนกลบฝีเท้ามาก ข้อดีคือฟังง่ายและไม่ล้า แต่ข้อเสียคือ impact ไม่ใหญ่เหมือนรุ่นที่แพงกว่า
เสียงกลางทำได้ดีสำหรับบทสนทนาในเกม เสียงตัวละคร และ Discord casual ส่วนแหลมค่อนข้างสุภาพ ไม่บาด แต่ทำให้รายละเอียดเล็ก ๆ สำหรับจับตำแหน่งอาจไม่เด่น
ภาพรวมเหมาะกับ casual FPS, RPG, open-world และ story game มากกว่า competitive FPS ที่ต้องการ imaging และ soundstage แม่นกว่า
รุ่นนี้ใช้เล่น FPS ได้ถ้าใช้ LIGHTSPEED dongle แต่ไม่ควรคาดหวังระดับ competitive headset เพราะ soundstage, imaging และ EQ ยังจำกัด
| หัวข้อ | ผลประเมิน | ผลต่อการเล่นจริง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Valorant / CS2 | พอใช้ | latency ผ่าน LIGHTSPEED ดี แต่ footstep และ imaging ไม่คมเท่ารุ่นสาย FPS | ไม่คมเท่ารุ่นสาย FPS / ควรใช้ LIGHTSPEED เท่านั้น |
| Apex / Warzone | พอใช้ | เสียงระเบิดไม่กลบหนัก แต่เวทีเสียงไม่กว้างพอสำหรับจับระยะในฉากใหญ่ | Bluetooth ไม่เหมาะ และ soundstage ยังจำกัด |
| PUBG | พอใช้ | ทิศทางพื้นฐานใช้ได้ แต่ระยะไกลและรายละเอียดแหลมยังไม่เด่น | รายละเอียดระยะไกลยังไม่เด่น |
| Overwatch / The Finals | ดี | เสียงกลางและเสียง ability ชัดพอ เหมาะกว่าเกม FPS ที่ต้องจับฝีเท้าละเอียด | เหมาะ casual มากกว่า ranked จริงจัง |
| Casual FPS | ดี | น้ำหนักเบา ใส่นาน และ latency 2.4GHz เพียงพอสำหรับเล่นทั่วไป | ใช้ได้ดีเมื่อไม่ซีเรียสตำแหน่งเสียงมาก |
| Story game / Open-world | ดีมาก | โทน warm-neutral ฟังง่าย เหมาะบทสนทนาและบรรยากาศมากกว่า competitive | เป็น use case ที่เข้าทางกว่าการเล่น FPS แข่งขัน |
Valorant / CS2
พอใช้
latency ผ่าน LIGHTSPEED ดี แต่ footstep และ imaging ไม่คมเท่ารุ่นสาย FPS
ไม่คมเท่ารุ่นสาย FPS / ควรใช้ LIGHTSPEED เท่านั้น
Apex / Warzone
พอใช้
เสียงระเบิดไม่กลบหนัก แต่เวทีเสียงไม่กว้างพอสำหรับจับระยะในฉากใหญ่
Bluetooth ไม่เหมาะ และ soundstage ยังจำกัด
PUBG
พอใช้
ทิศทางพื้นฐานใช้ได้ แต่ระยะไกลและรายละเอียดแหลมยังไม่เด่น
รายละเอียดระยะไกลยังไม่เด่น
Overwatch / The Finals
ดี
เสียงกลางและเสียง ability ชัดพอ เหมาะกว่าเกม FPS ที่ต้องจับฝีเท้าละเอียด
เหมาะ casual มากกว่า ranked จริงจัง
Casual FPS
ดี
น้ำหนักเบา ใส่นาน และ latency 2.4GHz เพียงพอสำหรับเล่นทั่วไป
ใช้ได้ดีเมื่อไม่ซีเรียสตำแหน่งเสียงมาก
Story game / Open-world
ดีมาก
โทน warm-neutral ฟังง่าย เหมาะบทสนทนาและบรรยากาศมากกว่า competitive
เป็น use case ที่เข้าทางกว่าการเล่น FPS แข่งขัน
รุ่นนี้รองรับ spatial audio ผ่าน platform เช่น Windows Sonic, Dolby Atmos หรือ Tempest 3D บน PS5 แต่ไม่มี software EQ หรือ virtual surround เฉพาะของ Logitech
บน Windows สามารถใช้ Windows Sonic ได้ฟรี หรือใช้ Dolby Atmos ผ่าน app แยก ส่วนบน PS5 ใช้ Tempest 3D Audio จากระบบของ PS5 ได้โดยตรง
สำหรับเกมเนื้อเรื่องหรือ RPG การเปิด spatial audio อาจช่วยให้บรรยากาศกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้เปลี่ยนให้รุ่นนี้เป็น headset เวทีเสียงกว้าง
สำหรับ FPS competitive ควรทดลองปิดก่อน เพราะ virtual surround อาจทำให้ตำแหน่งเสียงซ้ายขวาหรือระยะใกล้ไกลไม่คมเท่า stereo ปกติ
รุ่นนี้ใช้ dual beamforming microphones แบบ built-in ไม่มี boom mic จึงสะอาดตา แต่คุณภาพและการตัดเสียงรบกวนยังเป็นรอง headset ที่มีไมค์ยื่นออกมา
เสียงพูดใช้ Discord casual ได้ถ้าอยู่ในห้องเงียบ แต่เสียงอาจบีบอัดและ nasal กว่า boom mic ของหูฟังเกมมิ่งรุ่นกลาง
การตัดเสียงคีย์บอร์ด พัดลม หรือแอร์ทำได้จำกัด ถ้าใช้ในห้องมีเสียงรบกวน เพื่อนร่วมทีมอาจได้ยินเสียงรอบข้างชัดกว่าที่ต้องการ
ถ้าจะใช้ประชุมบ่อยหรือทำ streaming ควรขยับไปหาหูฟังที่มี boom mic หรือใช้ไมค์แยกแทน
รุ่นนี้ฟังเพลงทั่วไปได้ดีเกินพอสำหรับงบ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด เวทีเสียง หรือเบส impact แบบหูฟังฟังเพลงจริงจัง
เพลงไทย pop และ vocal ฟังสบายเพราะเสียงกลางค่อนข้างชัดและโทนไม่บาดหู เหมาะกับการใช้เป็นหูฟัง daily casual
เพลง EDM, hip-hop หรือหนังแอ็กชันที่ต้องการ sub-bass หนัก ๆ อาจรู้สึกไม่เต็ม เพราะเบสมี body แต่ impact ไม่ใหญ่
จุดที่ดีคือความเบา ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมยาว ๆ สบายกว่า headset หนัก ๆ แต่ถ้าเน้นคุณภาพเสียงล้วน มีหูฟังฟังเพลงที่ทำได้ดีกว่าในงบใกล้กัน
แบตสูงสุดประมาณ 18 ชั่วโมงถือว่าเพียงพอสำหรับหลาย session แต่ยังไม่ใช่กลุ่มแบตอึดระดับ 70–120 ชั่วโมงแบบรุ่นแพงกว่า
ถ้าเล่นวันละ 2–3 ชั่วโมง รุ่นนี้อยู่ได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือคนที่เล่นเกมหลังเลิกงานเป็นช่วง ๆ
ข้อควรระวังคือไม่มี 3.5mm และข้อมูลรีวิวระบุว่าใช้เสียงระหว่างชาร์จไม่ได้ ดังนั้นถ้าแบตหมดกลางเกมจะใช้งานต่อทันทีไม่ได้
รุ่นนี้ไม่มี RGB และไม่มี ANC จึงไม่มีปัจจัยกินแบตเพิ่มเติม แต่ก็ไม่มี fast charge ที่ยืนยันชัดเจนจากข้อมูล official
รุ่นนี้เน้น plug-and-play ไม่มี companion app หรือ EQ เฉพาะ ทำให้ใช้งานง่ายแต่ปรับเสียงไม่ได้ละเอียด
ข้อดีคือเสียบ dongle หรือจับคู่ Bluetooth แล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องติดตั้ง software หนัก ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้หูฟังเกมมิ่งเรียบง่าย
ข้อเสียคือไม่มี EQ, ไม่มี mic setting, ไม่มี game/chat mix และไม่มี preset สำหรับ FPS ทำให้แก้โทนเสียงตามเกมไม่ได้เหมือนรุ่นกลาง-บน
ปุ่มควบคุมพื้นฐานมี power/pairing, volume และ volume limiter แต่ไม่มี boom mic mute แบบชัดเจนเหมือน headset สายเกมจริงจัง
ก่อนซื้อควรเช็ก platform เพราะรุ่นนี้ไม่ได้รองรับทุกเครื่องเท่ากัน โดยเฉพาะ Xbox ที่เป็นข้อจำกัดหลัก
| Platform | ใช้ได้ไหม | Connection ที่แนะนำ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| PC (Windows) | Full | ใช้ LIGHTSPEED dongle หรือ Bluetooth ได้ | ไม่มี EQ/app เฉพาะรุ่นนี้ |
| PS5 / PS4 | Full | เสียบ USB-A LIGHTSPEED dongle ได้ และใช้ Tempest 3D บน PS5 | ไม่มี app ปรับ EQ |
| Xbox Series X/S | No | ไม่รองรับ LIGHTSPEED บน Xbox | ไม่แนะนำซื้อถ้าใช้ Xbox เป็นหลัก |
| Nintendo Switch | Partial | ใช้ Bluetooth ได้หลังอัปเดตระบบ | Bluetooth latency สูงกว่า ไม่เหมาะเกม action จริงจัง |
| Mac | Partial | ใช้ Bluetooth ได้ และอาจใช้ dongle ได้บางกรณี | ฟีเจอร์ปรับแต่งจำกัด |
| iPhone / Android | Partial | ใช้ Bluetooth ได้ | ไม่มี 3.5mm และไม่มี app ปรับเสียง |
| Steam Deck | Partial | น่าจะใช้ dongle ผ่าน USB-C to USB-A adapter ได้ | ไม่พบข้อมูล official ชัดเจน |
PC (Windows)
Full
ใช้ LIGHTSPEED dongle หรือ Bluetooth ได้
ไม่มี EQ/app เฉพาะรุ่นนี้
Nintendo Switch
Partial
ใช้ Bluetooth ได้หลังอัปเดตระบบ
Bluetooth latency สูงกว่า ไม่เหมาะเกม action จริงจัง
Mac
Partial
ใช้ Bluetooth ได้ และอาจใช้ dongle ได้บางกรณี
ฟีเจอร์ปรับแต่งจำกัด
iPhone / Android
Partial
ใช้ Bluetooth ได้
ไม่มี 3.5mm และไม่มี app ปรับเสียง
Steam Deck
Partial
น่าจะใช้ dongle ผ่าน USB-C to USB-A adapter ได้
ไม่พบข้อมูล official ชัดเจน
ถ้าดูแค่ความเบาและราคาต่ำ รุ่นนี้น่าสนใจมาก แต่ถ้าต้องการไมค์ดีหรือเล่น FPS จริงจัง ควรเทียบรุ่นที่สูงกว่า
| รุ่น | Astro A50 X เด่นกว่า | คู่แข่งเด่นกว่า | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| HyperX Cloud III Wireless | เบากว่า มี Bluetooth ราคามักถูกกว่า | แบตนานกว่า ไมค์ดีกว่า เสียงเกมจริงจังกว่า | คนที่ยอมเพิ่มงบเพื่อเสียงเกมและไมค์ |
| SteelSeries Arctis Nova 7 Wireless | ถูกกว่าและเบากว่ามาก | 2.4GHz + Bluetooth พร้อมกัน, ChatMix, mic/software ดีกว่า | คนใช้หลาย platform และต้องการฟีเจอร์ครบ |
| Razer BlackShark V2 Pro 2023 | ถูกกว่าและเบากว่า | FPS, ไมค์, battery และ profile เกมดีกว่ามาก | คนเล่น FPS/Esports จริงจัง |
| Logitech G535 LIGHTSPEED | มี Bluetooth และถูกกว่า | เสียง ไมค์ battery และ software ดีกว่า | คนอยากได้ Logitech ที่จริงจังกว่า |
| Razer Barracuda X Wireless | เบากว่าและอาจถูกกว่า | boom mic, battery และความยืดหยุ่นดีกว่า | คนต้องการ headset งบกลางที่ครบกว่า |
เบากว่า มี Bluetooth ราคามักถูกกว่า
แบตนานกว่า ไมค์ดีกว่า เสียงเกมจริงจังกว่า
คนที่ยอมเพิ่มงบเพื่อเสียงเกมและไมค์
SteelSeries Arctis Nova 7 Wireless
ถูกกว่าและเบากว่ามาก
2.4GHz + Bluetooth พร้อมกัน, ChatMix, mic/software ดีกว่า
คนใช้หลาย platform และต้องการฟีเจอร์ครบ
ถูกกว่าและเบากว่า
FPS, ไมค์, battery และ profile เกมดีกว่ามาก
คนเล่น FPS/Esports จริงจัง
Logitech G535 LIGHTSPEED
มี Bluetooth และถูกกว่า
เสียง ไมค์ battery และ software ดีกว่า
คนอยากได้ Logitech ที่จริงจังกว่า
Razer Barracuda X Wireless
เบากว่าและอาจถูกกว่า
boom mic, battery และความยืดหยุ่นดีกว่า
คนต้องการ headset งบกลางที่ครบกว่า
รุ่นนี้คุ้มเมื่อซื้อด้วยความคาดหวังที่ถูกต้อง แต่มีข้อจำกัดหลายจุดที่ควรรู้ก่อนจ่ายเงิน
ไม่มีสาย 3.5mm และไม่มี wired fallback หากแบตหมดใช้งานต่อไม่ได้
ไม่รองรับ Xbox ผ่าน LIGHTSPEED จึงไม่เหมาะกับ Xbox user
Bluetooth latency สูงกว่า LIGHTSPEED ไม่แนะนำเล่น FPS ผ่าน Bluetooth
ไม่มี companion app, ไม่มี EQ และไม่มี game/chat mix
ไมค์ built-in คุณภาพพอใช้ แต่ไม่เหมาะ streaming หรือประชุมจริงจัง
soundstage และ imaging ยังไม่ดีพอสำหรับ competitive FPS จริงจัง
earcup/fit เหมาะหัวเล็ก-กลางมากกว่าหัวใหญ่
อากาศไทยอาจร้อนหูเมื่อใส่ต่อเนื่องนาน แม้น้ำหนักจะเบามาก
รุ่นนี้ไม่ใช่ headset ที่ฟีเจอร์ครบที่สุด แต่เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลมากถ้าโจทย์คือ wireless, เบา และราคาต่ำ
ถ้าคุณใช้ Xbox เป็นหลัก เล่น FPS แข่งขันจริงจัง หรือต้องการไมค์/ซอฟต์แวร์ระดับสูง ควรขยับไปรุ่นที่จริงจังกว่า
PC gamer หรือ PS5 gamer งบประหยัด
คนที่ต้องการหูฟังไร้สายตัวแรก
คนที่ใส่ headset หนัก ๆ แล้วปวดหัวหรือรำคาญ
ผู้ใช้ที่เล่นเกม casual, story game, RPG และ FPS แบบไม่จริงจัง
นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ใช้วัยรุ่นที่ต้องการ volume limiter
คนที่ต้องการ Bluetooth สำหรับมือถือควบคู่กับ dongle สำหรับเกม
คนที่ชอบอุปกรณ์ plug-and-play ไม่ต้องลง software
Xbox Series X/S user เป็นหลัก
competitive FPS player ที่ต้องการตำแหน่งเสียงแม่นมาก
streamer หรือคนที่ต้องการไมค์ดี
คนที่ต้องการ EQ, preset หรือ app ปรับเสียง
คนที่ต้องการสาย 3.5mm สำรอง
คนที่ต้องการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกันแบบ simultaneous
คนหัวใหญ่หรือใบหูใหญ่ที่ต้องการ earcup ใหญ่เต็มใบหู
คำถามที่พบบ่อยก่อนซื้อ Logitech G435 Lightspeed สำหรับ PC, PS5, Bluetooth และข้อจำกัดเรื่อง Xbox
เหมาะกับ FPS แบบ casual มากกว่า competitive จริงจัง ควรใช้ LIGHTSPEED dongle เพื่อ latency ต่ำ ส่วน Bluetooth ไม่แนะนำสำหรับ FPS เพราะดีเลย์สูงกว่า
ใช้ได้ เสียบ USB-A LIGHTSPEED dongle กับ PS5 ได้โดยตรง และสามารถใช้ Tempest 3D Audio จากระบบ PS5 ได้
ไม่แนะนำ เพราะ LIGHTSPEED ไม่รองรับ Xbox รุ่นนี้จึงไม่เหมาะกับคนใช้ Xbox เป็นหลัก
มีดีเลย์มากกว่า LIGHTSPEED อย่างชัดเจน จึงเหมาะฟังเพลง มือถือ หรือเล่น casual มากกว่าเกม FPS
พอใช้สำหรับ Discord ในห้องเงียบ แต่ไม่ดีเท่า boom mic และไม่เหมาะกับ streaming หรือประชุมในที่มีเสียงรบกวน
ไม่มี companion app และไม่มี EQ preset เฉพาะ จึงปรับเสียงได้จำกัดผ่านระบบหรือเกมเท่านั้น
น้ำหนักเบามากจึงไม่ล้าหัวง่าย แต่ยังเป็น over-ear แบบปิด อากาศไทยอาจร้อนหูได้เมื่อใส่นานหลายชั่วโมง
ฟังเพลงทั่วไปได้ดี โดยเฉพาะ pop และ vocal แต่ไม่ใช่หูฟังสาย audiophile และไม่มี EQ ปรับแต่งเสียง
ถ้าได้ต่ำกว่า 2,000 บาทถือว่าน่าสนใจมาก ถ้าใกล้ 2,500 บาทควรเทียบรุ่นที่ไมค์หรือฟีเจอร์ดีกว่า
ถ้าเน้นเบา ราคาถูก และมี Bluetooth เลือก Logitech G435 แต่ถ้าเน้นเสียงเกม ไมค์ และแบต เลือก HyperX Cloud III Wireless
Logitech G435 Lightspeed น่าซื้อที่สุดเมื่อมองเป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายราคาประหยัดที่เน้นความเบาเป็นหลัก น้ำหนัก 165 กรัมทำให้ใส่นานสบายกว่าหูฟังเกมมิ่งหลายรุ่นในงบเดียวกัน และการมี LIGHTSPEED + Bluetooth ทำให้ใช้งานกับ PC, PS5 และมือถือได้ยืดหยุ่นพอสมควร
แต่รุ่นนี้ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับสาย competitive หรือคนต้องการไมค์ดี ข้อจำกัดเรื่องไม่มี 3.5mm, ไม่มี EQ, ไม่รองรับ Xbox และไมค์ built-in ทำให้เหมาะกับ casual gamer มากกว่า ถ้าเจอราคาต่ำกว่า 2,000 บาทถือว่าน่าสนใจ แต่ถ้าราคาขึ้นใกล้รุ่นกลาง ควรเทียบ HyperX Cloud III Wireless, SteelSeries Arctis Nova 7 หรือ Razer BlackShark V2 Pro 2023 ก่อนตัดสินใจ