EarFun vs Edifier Planar
EarFun Air Pro 4
vs Edifier Neobuds Planar
ถ้าคุณลังเลระหว่าง TWS ตัวคุ้มที่ใช้จริงครบกว่า กับ TWS Planar ที่น่าสนใจกว่าในเชิงเสียง หน้านี้ช่วยแยกให้ชัดว่าควรเลือก EarFun Air Pro 4 หรือ Edifier Neobuds Planar
ถ้าอยากได้ TWS ตัวคุ้มที่ใช้จริงครบกว่า
EarFun
Air Pro 4
EarFun Air Pro 4 เหมาะกับคนที่อยากได้หูฟัง TWS ตัวเดียวใช้ได้จริงทุกวันโดยไม่ต้องจ่ายแพง จุดแข็งของรุ่นนี้คือความครบ ทั้ง ANC หลายโหมด แบตเตอรี่ยาว รองรับ codec เยอะ multipoint wireless charging และไมค์ที่ใช้งานประชุมหรือโทรได้ในชีวิตจริง เสียงของ EarFun ไม่ได้พิเศษแบบหูฟังสายฟังเพลงจริงจัง แต่ฟังง่าย สนุกพอ และเข้ากับเพลงทั่วไปได้ดี ถ้าต้องการ TWS ที่ซื้อแล้วใช้ได้คุ้มในหลายสถานการณ์ รุ่นนี้เลือกแล้วไม่ผิดหวังง่ายกว่า
เหมาะกับคนที่ต้องการ TWS ตัวเดียวใช้ครบทั้งฟังเพลง เดินทาง ประชุม และดูคลิป แบตดี ฟีเจอร์เยอะ ANC ใช้ได้ และคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับราคา ไม่เหมาะถ้าต้องการเสียงที่โปร่ง ละเอียด และแยกชิ้นดนตรีแบบหูฟังสายฟังเพลงจริงจัง
VS
ถ้าอยากลองเสียง Planar ที่จริงจังกว่า TWS ทั่วไป
Edifier
Neobuds Planar
Edifier Neobuds Planar เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับเสียงมากกว่า TWS ทั่วไป จุดเด่นคือไดรเวอร์ Planar Magnetic ที่ให้รายละเอียดดี เสียงโปร่ง แยกชิ้นดนตรีชัด และมี character ที่ต่างจาก dynamic driver ทั่วไป เหมาะกับคนที่ฟัง jazz, acoustic, vocal, live หรือเพลงที่ต้องการความเป็นระเบียบของเสียง แต่ต้องเข้าใจว่า Planar ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะชอบมากกว่าโดยอัตโนมัติ เบสอาจไม่หนัก ไมค์และความ practical อาจไม่เด่นเท่า EarFun และ fit ของจุกหูมีผลมาก
เหมาะกับคนที่อยากลองเสียง Planar ใน TWS และให้เสียงมาก่อนฟีเจอร์ เด่นเรื่องรายละเอียด ความโปร่ง เวทีเสียง และการแยกชิ้นดนตรี ไม่เหมาะถ้าชอบเบสหนัก ใช้ประชุมบ่อย หรือต้องการ TWS ตัวเดียวที่ครบทุกด้าน
สรุปเร็ว: ถ้าคุณต้องการ TWS ตัวเดียวที่คุ้ม ใช้งานง่าย แบตดี ANC ใช้ได้ โทรได้ ประชุมได้ และไม่อยากเสี่ยงกับเสียงที่เฉพาะทางเกินไป EarFun Air Pro 4 เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับเสียงมากกว่า อยากลอง character แบบ Planar ต้องการรายละเอียด ความโปร่ง และการแยกชิ้นดนตรีที่ดีกว่า TWS ทั่วไป Edifier Neobuds Planar น่าสนใจกว่า อย่างไรก็ตาม Planar ไม่ได้แปลว่าเสียงดีกว่าสำหรับทุกคน โดยเฉพาะถ้าคุณชอบเบสหนัก ใช้ประชุมบ่อย หรือซื้อโดยไม่ได้ลองฟัง
อย่าเริ่มจากคำว่า Planar ให้เริ่มจากว่าคุณใช้ TWS แบบไหน
EarFun Air Pro 4 กับ Edifier Neobuds Planar ไม่ได้เกิดมาเพื่อโจทย์เดียวกัน EarFun เป็น TWS สายคุ้มที่พยายามทำให้ครบในชีวิตจริง ทั้งฟังเพลง ประชุม เดินทาง แบต ANC และการเชื่อมต่อ ส่วน Edifier เป็น TWS ที่ดึงดูดคนฟังเพลงมากกว่า เพราะใช้ไดรเวอร์ Planar Magnetic และให้เสียงที่โปร่ง ละเอียด และแยกชิ้นดนตรีดีกว่าในหลายเพลง จุดสำคัญคือ Planar ไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติสำหรับทุกคน ถ้าไลฟ์สไตล์ต้องใช้หูฟังทั้งวัน EarFun อาจเหมาะกว่า แต่ถ้าอยากได้เสียงที่น่าสนใจกว่า TWS ทั่วไป Edifier มีเหตุผลให้ลอง
คุณน่าจะเหมาะกับ EarFun Air Pro 4 ถ้า... EarFun Air Pro 4 เหมาะกับคนที่ต้องการ TWS ตัวเดียวจบในงบไม่สูงมาก ใช้ฟังเพลงได้ ดูคลิปได้ โทรได้ ประชุมได้ เดินทางได้ และไม่ต้องดูแลเรื่อง fit หรือ EQ มากเกินไป เสียงของรุ่นนี้ไม่ได้เน้นความเป็นออดิโอไฟล์ แต่ให้ความสนุกและความครบที่ใช้งานจริงง่ายกว่า ถ้าคุณซื้อออนไลน์โดยไม่ได้ลองฟัง หรือยังไม่แน่ใจว่าชอบเสียงแบบไหน EarFun เป็นตัวที่เสี่ยงผิดหวังน้อยกว่า
ต้องการ TWS ตัวเดียวที่ครบกว่าในชีวิตจริง เน้นความคุ้มค่า แบตเตอรี่ ANC ไมค์ และ multipoint ฟังเพลงทั่วไป เช่น Thai pop, pop, hip-hop, EDM, YouTube และ Spotify ใช้หูฟังทั้งกับมือถือและโน้ตบุ๊กบ่อย ซื้อโดยไม่ได้ลองฟังและอยากลดความเสี่ยง คุณน่าจะเหมาะกับ Edifier Neobuds Planar ถ้า... Edifier Neobuds Planar เหมาะกับคนที่อยากได้ TWS ที่ให้ประสบการณ์เสียงต่างจากหูฟังไร้สายทั่วไป จุดเด่นคือรายละเอียด ความโปร่ง ความเร็วของเสียง และการแยกชิ้นดนตรีที่ทำได้ดี โดยเฉพาะกับเพลง acoustic, jazz, vocal, live หรือเพลงที่บันทึกเสียงดี แต่ถ้าคุณชอบเบสหนา เสียงอุ่น หรือใช้หูฟังประชุมเป็นหลัก รุ่นนี้อาจไม่ตรงโจทย์เท่า EarFun
อยากลองเสียง Planar Magnetic ในรูปแบบ TWS ให้ความสำคัญกับรายละเอียด ความโปร่ง และ separation ฟัง jazz, acoustic, vocal, classical หรือ live recording บ่อย ใช้ Android และอยากใช้ LDAC หรือ aptX codec ให้เต็มกว่า iPhone มี TWS ใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว และอยากได้ตัวที่เน้นเสียงมากขึ้น
เสียงต่างกันแบบไหน
ถ้าเทียบกันเฉพาะเรื่องเสียง EarFun Air Pro 4 จะเป็นรุ่นที่ฟังง่ายกว่า เบสจับต้องได้กว่า และเข้ากับเพลงทั่วไปได้ดีกว่า ส่วน Edifier Neobuds Planar จะเด่นกว่าเรื่องรายละเอียด ความโปร่ง เวทีเสียง และการแยกชิ้นดนตรี แต่ความเด่นนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะชอบมากกว่า เพราะคนที่ฟังเพลง pop, EDM หรือ hip-hop อาจรู้สึกว่า EarFun สนุกกว่า ขณะที่คนที่ฟัง jazz, acoustic หรือเพลงที่มี layer เยอะอาจชอบ Edifier มากกว่า
Overall tuning EarFun Air Pro 4 ให้โทนเสียงที่เข้าถึงง่าย เบสมีน้ำหนักพอประมาณ เสียงโดยรวมมีพลัง และไม่ต้องปรับตัวมาก เหมาะกับการฟังเพลงทั่วไปในชีวิตประจำวัน ส่วน Edifier Neobuds Planar ให้โทนเสียงที่สะอาด โปร่ง และเป็นระเบียบกว่า รายละเอียดเล็ก ๆ ออกมาชัดกว่า แต่บุคลิกเสียงอาจดูจริงจังและเฉพาะทางกว่า EarFun
ฟังง่ายและสนุกกับเพลงทั่วไปกว่า: EarFun Air Pro 4 โปร่ง ละเอียด และแยกชิ้นดนตรีดีกว่า: Edifier Neobuds Planar เหมาะกับ casual listener มากกว่า: EarFun Air Pro 4 เหมาะกับคนอยากลองเสียงจริงจังกว่า TWS ทั่วไป: Edifier Neobuds Planar Bass เบสของ EarFun Air Pro 4 มีน้ำหนักและแรงปะทะที่จับต้องง่ายกว่า ฟัง pop, hip-hop, EDM และเพลงไทยได้สนุกกว่าในหลายเพลง ส่วน Edifier Neobuds Planar ให้เบสที่เร็วกว่า คุมตัวดีกว่า และไม่บวม แต่ปริมาณเบสอาจน้อยกว่าที่หลายคนคาด โดยเฉพาะถ้าซื้อเพราะคิดว่า Planar ต้องดีกว่าทุกด้าน หรือถ้าจุกหู seal ไม่ดี เบสจะบางลงชัดเจน
เบสสนุก จับต้องง่าย และเข้ากับเพลงยุคใหม่กว่า: EarFun Air Pro 4 เบสเร็ว คุมดี ไม่บวม และ texture ดีกว่า: Edifier Neobuds Planar เพลง pop / EDM / hip-hop / Thai pop: EarFun ฟังสนุกกว่า เพลง acoustic / jazz / live ที่ต้องการความสะอาด: Edifier น่าสนใจกว่า Vocal / Midrange เสียงร้องของ EarFun Air Pro 4 ฟังง่าย มีน้ำหนักพอประมาณ และเข้ากับเพลงไทยทั่วไปได้ดี เสียงไม่ได้ลอยเด่นหรือมี texture ละเอียดมาก แต่ไม่รู้สึกบางเกินไป ส่วน Edifier Neobuds Planar ให้เสียงร้องที่สะอาดกว่า รายละเอียดในน้ำเสียงดีกว่า และจับ nuance เล็ก ๆ ได้ชัดกว่า แต่บางคนอาจรู้สึกว่า vocal มี body น้อยกว่า dynamic driver และไม่ได้หวานหนาเท่าที่คาด
เพลงไทยทั่วไป ฟังง่าย และไม่ต้องคิดมาก: EarFun Air Pro 4 เสียงร้องสะอาด รายละเอียดดี และจับ nuance ได้มากกว่า: Edifier Neobuds Planar ชอบ vocal หนา อุ่น และจับหูง่าย: EarFun อาจถูกใจกว่า ชอบ vocal โปร่ง สะอาด และมีรายละเอียด: Edifier น่าสนใจกว่า Treble / Detail EarFun Air Pro 4 มีเสียงแหลมที่ฟังง่าย รายละเอียดอยู่ในระดับดีสำหรับราคา และเสี่ยงล้าหูน้อยกว่าในภาพรวม ส่วน Edifier Neobuds Planar ให้รายละเอียดและความโปร่งดีกว่า ได้ยินหางเสียง ฉาบ ambience และรายละเอียดเล็ก ๆ ชัดกว่า แต่คนที่หูไวกับเสียงสูงควรลองก่อน เพราะบางเพลงหรือบางโหมดเสียงอาจทำให้รู้สึกเปิดหรือบางเกินไป
ฟังนานง่ายกว่าและเสี่ยงล้าหูน้อยกว่า: EarFun Air Pro 4 รายละเอียด ปลายเสียง และความโปร่งดีกว่า: Edifier Neobuds Planar คนหูไวกับแหลมควรระวัง Edifier เป็นพิเศษ ถ้าฟังเพลงคุณภาพไฟล์ธรรมดา ความต่างด้าน detail อาจไม่ชัดเท่าที่คาด Soundstage / Imaging / Separation Edifier Neobuds Planar ได้เปรียบในเรื่องเวทีเสียง ความโปร่ง และการแยกชิ้นดนตรี เพลงที่มีหลาย layer จะฟังเป็นระเบียบและจับตำแหน่งเสียงได้ง่ายกว่า EarFun Air Pro 4 ยังทำได้ดีในระดับราคา แต่ถ้าเจอเพลงที่ซับซ้อนมาก ๆ อาจรู้สึกว่าชิ้นดนตรีกองกันมากกว่า
เวทีเสียงและการแยกชิ้นดนตรีดีกว่า: Edifier Neobuds Planar ฟังเพลงทั่วไปได้สนุกและไม่รู้สึกขาดง่าย: EarFun Air Pro 4 เพลง jazz / live / acoustic / classical: Edifier ได้เปรียบ เพลง pop / rock / EDM ที่เน้นพลังงาน: EarFun อาจฟังติดหูกว่า
เทียบจากการใช้งานจริง ไม่ใช่ดูแค่คำว่า Planar ความต่างของ EarFun Air Pro 4 กับ Edifier Neobuds Planar จะชัดที่สุดเมื่อดูจากสถานการณ์ใช้งานจริง EarFun เด่นเมื่อหูฟังต้องทำหลายหน้าที่ในแต่ละวัน ส่วน Edifier เด่นเมื่อคุณตั้งใจฟังเพลงและอยากได้รายละเอียด ความโปร่ง และการแยกชิ้นดนตรีที่ดีกว่า TWS ทั่วไป
EarFun Air Pro 4 ฟังสนุกและไม่ต้องปรับตัวมาก ถ้าเปิดเพลงฟังทั่วไปที่บ้าน EarFun Air Pro 4 ให้เสียงที่เข้าถึงง่าย เบสมีน้ำหนักพอประมาณ เสียงร้องไม่ถอย และฟังเพลงไทยหรือเพลง pop ได้สนุกโดยไม่ต้องปรับ EQ เยอะ
ข้อดีของ EarFun คือไม่ทำให้รู้สึกว่าเสียงเฉพาะทางเกินไป เหมาะกับคนที่ฟังหลายแนวและอยากได้เสียงดีในชีวิตประจำวันมากกว่านั่งจับผิดรายละเอียด
Moment 1
ฟังเพลงจริงจังที่บ้าน Edifier Neobuds Planar ให้รายละเอียดและความโปร่งดีกว่า แต่ EarFun ฟังง่ายกว่า ถ้าฟังจับรายละเอียด Edifier เด่นกว่า ถ้าฟังเพื่อความสนุกง่าย ๆ EarFun เข้าถึงง่ายกว่า
Edifier Neobuds Planar ฟังละเอียดและโปร่งกว่า ถ้าใช้ฟังเพลงจริงจังในห้องเงียบ Edifier Neobuds Planar จะเริ่มแสดงข้อดีชัดขึ้น เสียงโปร่งกว่า แยกชิ้นดนตรีดีกว่า และรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ambience หางเสียง หรือ texture ของเครื่องดนตรีออกมาชัดกว่า
รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ชอบฟังรายละเอียดของเพลงมากกว่าแค่ความมัน โดยเฉพาะ jazz, acoustic, vocal, live recording หรือเพลงที่โปรดักชันละเอียด
EarFun Air Pro 4 ครบกว่าเมื่อใช้ทั้งวัน ถ้าหูฟังต้องทำหน้าที่ทั้งฟังเพลง ประชุม รับสาย ดูคลิป สลับมือถือกับโน้ตบุ๊ก และใช้เดินทาง EarFun Air Pro 4 จะเหมาะกว่า เพราะฟีเจอร์ครบกว่าในภาพรวมและแบตเตอรี่ยาวกว่าอย่างชัดเจน
EarFun อาจไม่ได้ให้เสียงพิเศษที่สุด แต่ความครบและความง่ายในการใช้จริงทำให้เหมาะกับการเป็น TWS หลักสำหรับคนส่วนใหญ่
Moment 2
ใช้เป็นหูฟังประจำวัน EarFun Air Pro 4 เหมาะกว่า ถ้ามีหูฟังได้ตัวเดียว ความครบของฟีเจอร์และแบตสำคัญมาก
Edifier Neobuds Planar ใช้ได้ แต่ไม่ใช่ตัว practical ที่สุด Edifier Neobuds Planar ใช้เป็นหูฟังประจำวันได้ แต่ต้องยอมรับว่าจุดแข็งหลักคือเสียง ไม่ใช่แบต ไมค์ หรือความสะดวกสูงสุด ถ้าใช้ทั้งวันและต้องประชุมบ่อย อาจมีจุดที่รู้สึกว่า EarFun ทำได้ง่ายกว่า
รุ่นนี้เหมาะกว่าในฐานะ TWS สำหรับฟังเพลงจริงจัง หรือเป็นหูฟังอีกตัวสำหรับคนที่มีหูฟังใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว
EarFun Air Pro 4 เข้ากับเพลงไทยทั่วไปได้ง่าย สำหรับเพลงไทย เพลง pop เพลงร้อง และเพลง acoustic ทั่วไป EarFun Air Pro 4 ให้เสียงที่ฟังง่าย เบสไม่บางเกินไป และเสียงร้องมีน้ำหนักพอสมควร ทำให้ฟังเพลงประจำวันได้เพลิน
ถ้าชอบเสียงร้องที่ไม่บางเกินไปและไม่ต้องการโทนที่จริงจังมาก EarFun จะเข้าถึงง่ายกว่า
Moment 3
เพลงไทย / Vocal / Acoustic ขึ้นอยู่กับรสนิยมเสียงร้อง EarFun ฟังง่ายกว่า ส่วน Edifier สะอาดและละเอียดกว่า
Edifier Neobuds Planar ให้ vocal ที่สะอาดและมีรายละเอียดกว่า Edifier Neobuds Planar จะเด่นกว่าเมื่อเพลงบันทึกเสียงดี เพราะให้รายละเอียดในเสียงร้อง น้ำเสียง ลมหายใจ และ texture ได้ชัดกว่า แต่ vocal อาจไม่ได้หนาหรือหวานแบบที่บางคนชอบ
ถ้าชอบเสียงร้องสะอาด โปร่ง และมีรายละเอียด Edifier จะน่าสนใจมาก แต่ถ้าชอบเสียงร้องอิ่มหนา EarFun อาจฟังถูกใจกว่า
EarFun Air Pro 4 มีจังหวะและเบสที่จับต้องง่ายกว่า เพลง rock, EDM, hip-hop และ Thai pop ที่ต้องการจังหวะและแรงปะทะ EarFun Air Pro 4 จะให้ความสนุกที่ชัดกว่า เบสมีน้ำหนักกว่า และฟังติดหูง่ายกว่า
สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการจับ micro-detail แต่ต้องการให้เพลงมันขึ้น EarFun จะตอบโจทย์กว่าในสถานการณ์นี้
Moment 4
Rock / EDM / Hip-hop EarFun Air Pro 4 ฟังสนุกกว่า เบสและแรงปะทะของ EarFun ทำให้เพลงพลังงานสูงเข้าถึงง่ายกว่า
Edifier Neobuds Planar คุมดี แต่ไม่ใช่สายเบสหนัก Edifier Neobuds Planar ให้เบสที่เร็วและคุมตัวดี แต่ถ้าต้องการความหนา ความกระแทก หรือความสะใจในเพลง EDM และ hip-hop อาจไม่ถูกใจเท่า EarFun
คนที่ชอบเบสแบบ tight และสะอาดอาจชอบ Edifier แต่คนที่ต้องการเบสมีมวลและแรงปะทะควรลองก่อนซื้อ
EarFun Air Pro 4 ฟังได้ดีในระดับราคา EarFun Air Pro 4 ฟัง jazz, live หรือ classical ได้ แต่จะยังเป็นเสียงแบบ TWS สายคุ้ม เวทีเสียงและการแยกชิ้นดนตรีพอใช้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกโปร่งหรือเป็นชั้นมากเท่า Edifier
ถ้าฟังเพลงกลุ่มนี้เป็นครั้งคราว EarFun เพียงพอ แต่ถ้าฟังเป็นหลัก Edifier จะน่าสนใจกว่า
Moment 5
Jazz / Live / Classical Edifier Neobuds Planar น่าสนใจกว่า ความโปร่งและการแยกชิ้นดนตรีทำให้เพลงแนวนี้ได้ประโยชน์มากกว่า
Edifier Neobuds Planar ได้เปรียบเรื่องพื้นที่และรายละเอียด เพลง jazz, live recording, acoustic และ classical เป็นพื้นที่ที่ Edifier Neobuds Planar แสดงจุดเด่นได้ดี เสียงโปร่งกว่า แยกชิ้นดนตรีดีกว่า และจับบรรยากาศห้องอัดได้ง่ายกว่า
ถ้าคุณชอบฟังตำแหน่งเครื่องดนตรี layer ของเสียง หรือ texture ของเครื่องดนตรี Edifier จะให้ประสบการณ์ที่จริงจังกว่า
EarFun Air Pro 4 เหมาะกับชีวิตเดินทางมากกว่า ถ้าใช้เดินทางในกรุงเทพ ขึ้น BTS/MRT นั่งคาเฟ่ หรือเดินริมถนน EarFun Air Pro 4 จะเหมาะกว่า เพราะมี ANC หลายโหมด รวมถึงโหมดตัดเสียงลม และแบตเตอรี่ยาวกว่า
แม้ ANC จะยังไม่ใช่ระดับ Sony, Bose หรือ AirPods Pro แต่เมื่อเทียบกับราคาและความครบ EarFun ใช้งานนอกบ้านได้มั่นใจกว่า
Moment 6
เดินทางในกรุงเทพ / BTS / MRT / คาเฟ่ EarFun Air Pro 4 เหมาะกว่า ถ้า ANC แบต และการใช้งานนอกบ้านสำคัญ EarFun น่าใช้กว่า
Edifier Neobuds Planar ใช้นอกบ้านได้ แต่ไม่ใช่จุดขายหลัก Edifier Neobuds Planar มี ANC และ transparency ใช้งานได้ แต่จุดขายหลักยังเป็นเสียงมากกว่าการตัดเสียงระดับจริงจัง ถ้าใช้เดินทางทุกวัน อาจรู้สึกว่า EarFun practical กว่า
ถ้าเลือก Edifier ควรเลือกเพราะชอบเสียง ไม่ใช่เพราะหวังว่า ANC หรือแบตจะครบกว่าทุกด้าน
EarFun Air Pro 4 ใช้ประชุมได้เหมาะกว่า EarFun Air Pro 4 ถูกวางตำแหน่งเป็นหูฟังใช้งานประจำวัน จึงเหมาะกว่าในโจทย์โทรและประชุม แม้ในที่เสียงดังมากอาจยังไม่สมบูรณ์ แต่โดยรวมมีโอกาสใช้งานจริงได้ง่ายกว่า
ถ้าต้องประชุมออนไลน์ โทรงาน หรือใช้กับโน้ตบุ๊กบ่อย EarFun เป็นตัวเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่า
Moment 7
โทร / ประชุม / Zoom / Google Meet EarFun Air Pro 4 เหมาะกว่า ถ้าใช้หูฟังทำงานบ่อย ความเสถียรของไมค์สำคัญกว่าเสียงเพลง
Edifier Neobuds Planar ไม่ควรซื้อเพราะไมค์เป็นหลัก Edifier Neobuds Planar ใช้โทรได้ แต่ feedback จากผู้ใช้จริงมีข้อสังเกตเรื่องไมค์ในที่เสียงดังและการตัดเสียงรบกวนที่ไม่สม่ำเสมอ
ถ้า use case หลักคือประชุมหรือโทรงาน รุ่นนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะที่สุด ควรลองไมค์ในสภาพแวดล้อมจริงก่อนซื้อ
EarFun Air Pro 4 คุ้มกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ ถ้างบจำกัดและอยากได้หูฟังที่ทำได้ครบ EarFun Air Pro 4 คุ้มกว่าอย่างชัดเจน เพราะได้ทั้งเสียงดีพอ ฟีเจอร์ครบ แบตอึด ANC ใช้ได้ และราคาไม่แรง
สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าชอบเสียงแบบไหน EarFun เป็นทางเลือกที่ซื้อแล้วเสี่ยงเสียดายน้อยกว่า
Moment 8
ซื้อเพราะอยากได้เสียงดีในงบไม่แรง EarFun คุ้มกว่าในภาพรวม แต่ Edifier น่าสนใจกว่าถ้าให้เสียงมาก่อนทุกอย่าง คำว่าคุ้มต้องดูจากโจทย์ ไม่ใช่ดูจากไดรเวอร์อย่างเดียว
Edifier Neobuds Planar คุ้มเมื่อคุณชอบเสียงแนวนี้จริง ๆ Edifier Neobuds Planar จะคุ้มเมื่อคุณต้องการเสียงที่โปร่ง ละเอียด และแยกชิ้นดนตรีดีกว่า TWS ทั่วไปจริง ๆ แต่ถ้าซื้อเพราะคำว่า Planar โดยไม่ได้ลองฟัง ความเสี่ยงผิดหวังจะสูงกว่า EarFun
รุ่นนี้ควรถูกมองเป็น TWS สายเสียงที่มี character เฉพาะ ไม่ใช่หูฟังที่เหนือกว่า EarFun ทุกด้าน
จุดที่ควรรู้ก่อนจ่ายเงิน EarFun Air Pro 4 กับ Edifier Neobuds Planar มีข้อควรระวังคนละแบบ EarFun อาจทำให้ผิดหวังถ้าคาดหวังเสียงระดับ audiophile ส่วน Edifier อาจทำให้ผิดหวังถ้าคาดหวังว่า Planar จะดีกว่าทุกด้าน หรือหวังให้เป็น TWS ตัวเดียวที่ครบที่สุดในชีวิตจริง
สิ่งที่อาจทำให้ EarFun Air Pro 4 ไม่เหมาะกับคุณ EarFun Air Pro 4 คุ้มมากในฐานะ TWS ใช้งานจริง แต่ไม่ควรคาดหวังว่าเสียงจะพิเศษเท่า TWS ที่ออกแบบมาเพื่อฟังเพลงจริงจัง รายละเอียด เวทีเสียง และความ refined ยังมีข้อจำกัดตามราคา ถ้ามี wired IEM ดีอยู่แล้ว หรือฟังเพลงแบบจับรายละเอียดจริงจัง อาจรู้สึกว่า EarFun ยังไม่ทำให้ว้าว
คุณต้องการเสียงระดับ audiophile จริงจัง คุณชอบเวทีเสียงกว้าง โปร่ง และแยกชิ้นดนตรีชัดมาก คุณใช้ประชุมในที่เสียงดังตลอดเวลา คุณต้องการ ANC ระดับ Sony/Bose/AirPods Pro คุณคาดหวังว่า TWS งบคุ้มจะให้เสียงพิเศษเกินราคามาก ๆ คุณมี wired IEM ดีอยู่แล้วและหวังว่า EarFun จะมาแทนได้ทั้งหมด สิ่งที่อาจทำให้ Edifier Neobuds Planar ไม่เหมาะกับคุณ Edifier Neobuds Planar น่าสนใจในแง่เสียง แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความคาดหวังสูง คำว่า Planar อาจทำให้หลายคนคิดว่าเสียงจะดีกว่าทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ทั้งที่จริงแล้ว Planar มี character ของตัวเอง ถ้าไม่ชอบเสียงโปร่ง สะอาด เบสคุมตัว หรือฟังเพลงที่ต้องการเบสหนา รุ่นนี้อาจไม่ถูกหู นอกจากนี้ไมค์ แบต และความ practical ยังไม่ใช่จุดแข็งเท่า EarFun
คุณชอบเบสหนัก เบสหนา หรือเสียงอุ่นมากกว่าเสียงโปร่ง คุณฟัง EDM, hip-hop หรือ Thai pop เป็นหลัก คุณต้องการ TWS ตัวเดียวที่ครบทุกอย่างที่สุด คุณใช้โทรหรือประชุมบ่อยในที่เสียงดัง คุณซื้อเพราะ hype ของคำว่า Planar โดยไม่ได้ลองฟัง คุณคาดหวังว่า Planar TWS จะมาแทน wired IEM ได้ทั้งหมด
จ่ายแล้วคุ้มกับใคร
EarFun Air Pro 4 คุ้มกว่าเมื่อคุณต้องการเสียงดีพอ ฟังสนุก ใช้งานง่าย และไม่อยากจ่ายแพงเพื่อรายละเอียดที่อาจไม่ได้สังเกตทุกวัน
ถ้าเน้นฟังเพลง
Edifier Neobuds Planar คุ้มกว่าเมื่อคุณให้รายละเอียด ความโปร่ง และการแยกชิ้นดนตรีมาก่อนเบสหรือความครบของฟีเจอร์
EarFun Air Pro 4 เหมาะกว่า เพราะแบตดีกว่า ฟีเจอร์ครบกว่า ใช้ได้ทั้งฟังเพลง เดินทาง ประชุม และดูคลิป
ถ้าใช้เป็น TWS ตัวเดียว
Edifier Neobuds Planar ใช้ได้ แต่เหมาะกว่าในฐานะหูฟังเน้นเสียง ไม่ใช่ตัว practical ที่สุดสำหรับทุกวัน
EarFun Air Pro 4 คุ้มกว่า เพราะ iPhone ไม่รองรับ LDAC หรือ aptX ข้อได้เปรียบ codec ของ Edifier จึงลดลงมาก
ถ้าใช้ iPhone
Edifier Neobuds Planar ยังฟังดีได้ผ่าน AAC แต่ไม่ควรซื้อเพราะหวังใช้ codec ระดับสูงบน iPhone
EarFun Air Pro 4 ยังน่าสนใจมาก เพราะรองรับ codec ฝั่ง Android หลายตัวและคุ้มกว่าในภาพรวม
ถ้าใช้ Android
Edifier Neobuds Planar น่าสนใจกว่าถ้าต้องการใช้ LDAC/aptX แล้วเน้นรายละเอียดและความโปร่งของเสียง
EarFun Air Pro 4 เหมาะกว่า เพราะ ANC หลายโหมด แบตยาว และโหมดตัดเสียงลมช่วยในการใช้นอกบ้าน
ถ้าเดินทางทุกวัน
Edifier Neobuds Planar ใช้ได้ แต่จุดเด่นหลักคือเสียง ไม่ใช่ ANC หรือแบตสำหรับ commute หนัก ๆ
EarFun Air Pro 4 เหมาะกว่าในภาพรวม เพราะถูกวางเป็นหูฟังใช้งานประจำวันและประชุมได้ง่ายกว่า
ถ้าใช้ประชุม / โทรงาน
Edifier Neobuds Planar ไม่ควรเป็นตัวเลือกหลักถ้าไมค์คือ use case สำคัญที่สุด
EarFun Air Pro 4 ฟังเพลงไทยทั่วไปได้สนุกกว่า โดยเฉพาะเพลง pop และเพลงที่ต้องการเบสหรือจังหวะ
ถ้าฟังเพลงไทยเยอะ
Edifier Neobuds Planar เหมาะกว่าเมื่อฟังเพลงร้อง acoustic หรือเพลงที่บันทึกดีและต้องการรายละเอียด
EarFun Air Pro 4 มีเบสที่จับต้องง่ายกว่าและเหมาะกับ EDM, hip-hop, pop มากกว่า
ถ้าชอบเบส
Edifier Neobuds Planar ให้เบสที่เร็วและสะอาดกว่า แต่ปริมาณอาจไม่ถูกใจสายเบส
EarFun Air Pro 4 รายละเอียดดีพอสำหรับราคา แต่ไม่ได้เน้น micro-detail เป็นหลัก
ถ้าชอบรายละเอียด
Edifier Neobuds Planar เหมาะกว่า เพราะให้ความโปร่ง separation และรายละเอียดเล็ก ๆ ดีกว่า
EarFun Air Pro 4 เสี่ยงน้อยกว่า เพราะเสียงเข้าถึงง่ายกว่า ราคาต่ำกว่า และ practical กว่า
ถ้าซื้อโดยไม่ได้ลอง
Edifier Neobuds Planar ควรลองก่อน เพราะเสียง Planar และปริมาณเบสอาจไม่ตรงรสนิยมทุกคน
EarFun Air Pro 4 คุ้มกว่าเมื่อดูราคา ฟีเจอร์ แบต ANC และความครบในชีวิตจริง
ถ้างบจำกัด
Edifier Neobuds Planar เหมาะเมื่อยอมจ่ายเพิ่มเพื่อเสียงที่เฉพาะทางกว่า ไม่ใช่เพื่อความครบทุกด้าน
EarFun Air Pro 4 เหมาะเป็น TWS ใช้งานทั่วไป แต่ไม่ควรหวังว่าจะมาแทน wired IEM ด้านรายละเอียด
ถ้ามี wired IEM อยู่แล้ว
Edifier Neobuds Planar น่าสนใจกว่าในฐานะ TWS ที่เสียงจริงจังกว่า แต่ยังไม่ควรคาดหวังว่าแทน wired IEM ได้ทั้งหมด
หมายเหตุเรื่องเสียงของ EarFun Air Pro 4 และ Edifier Neobuds Planar
เรื่องเสียงของ EarFun Air Pro 4 และ Edifier Neobuds Planar ไม่ควรตัดสินจากคำว่าใครเสียงดีกว่าแบบกว้าง ๆ เพราะสองรุ่นนี้ดีคนละทาง EarFun จะเหมาะกับคนที่อยากได้เสียงฟังง่าย เบสจับต้องได้ ฟีเจอร์ครบ และใช้ได้จริงทุกวัน ส่วน Edifier จะเหมาะกับคนที่ชอบเสียงโปร่ง รายละเอียดดี แยกชิ้นดนตรีชัด และอยากลอง character แบบ Planar ที่สำคัญ เรื่องเสียงเป็นความชอบส่วนตัวมาก โดยเฉพาะหูฟังที่โทนต่างกันชัดแบบนี้ fit, จุกหู, มือถือที่ใช้, codec, EQ, source เพลง และแนวเพลงมีผลกับผลลัพธ์จริงมากกว่าสเปกบนกระดาษ ถ้ามีโอกาสควรลองฟังทั้งสองรุ่นกับมือถือของตัวเองและเพลงที่ฟังจริงก่อนตัดสินใจ
ยังไม่มั่นใจ?
อ่านรีวิวเต็มของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ ถ้ายังลังเลว่า EarFun Air Pro 4 คุ้มพอไหม หรือ Edifier Neobuds Planar จะเป็น Planar TWS ที่ถูกหูหรือเปล่า แนะนำให้อ่านรีวิวเต็มของแต่ละรุ่นก่อน เพราะสองตัวนี้ไม่ได้คุ้มแบบเดียวกัน EarFun คุ้มเมื่อคุณต้องการความครบและการใช้งานจริง ส่วน Edifier คุ้มเมื่อคุณต้องการเสียงที่โปร่ง ละเอียด และแตกต่างจาก TWS ทั่วไป
Final verdict
ถ้าต้องการ TWS ตัวเดียวใช้คุ้ม เลือก EarFun Air Pro 4 แต่ถ้าอยากลองเสียง Planar จริงจังกว่า เลือก Edifier Neobuds Planar ถ้าโจทย์คือซื้อหูฟัง TWS ตัวเดียวเพื่อใช้ทุกวัน ทั้งฟังเพลง เดินทาง ประชุม โทรงาน ดูคลิป และสลับมือถือกับโน้ตบุ๊ก EarFun Air Pro 4 เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า เพราะให้ความครบในชีวิตจริงมากกว่า แบตเตอรี่ดีกว่า ฟีเจอร์เยอะกว่า ราคาเข้าถึงง่ายกว่า และโทนเสียงฟังง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่
แต่ถ้าโจทย์หลักคืออยากได้ TWS ที่เสียงน่าสนใจกว่าหูฟังไร้สายทั่วไป และให้ความสำคัญกับรายละเอียด ความโปร่ง เวทีเสียง การแยกชิ้นดนตรี หรืออยากลอง character ของไดรเวอร์ Planar Magnetic Edifier Neobuds Planar เป็นรุ่นที่มีเหตุผลให้เลือกมากกว่า เพียงแต่ต้องยอมรับว่ามันไม่ได้ครบกว่าทุกด้าน เบสอาจไม่ถูกใจสายเบส ไมค์ไม่ใช่จุดเด่นที่สุด และความ practical โดยรวมยังสู้ EarFun ไม่ได้
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม: ถ้าต้องการความคุ้ม ใช้งานง่าย และซื้อแล้วเสี่ยงผิดหวังน้อยกว่า เลือก EarFun Air Pro 4 แต่ถ้า ให้เสียงมาก่อนฟีเจอร์ และอยากลอง TWS Planar ที่โปร่ง ละเอียด และแยกชิ้นดนตรีดีกว่า เลือก Edifier Neobuds Planar อย่างไรก็ตาม เรื่องเสียงเป็นความชอบส่วนตัวมาก โดยเฉพาะสองรุ่นนี้ที่โทนเสียงต่างกันชัด ถ้ามีโอกาสควรลองฟังด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ เพราะ fit, จุกหู, มือถือที่ใช้, codec, EQ และแนวเพลงมีผลกับประสบการณ์จริงมากกว่าที่หลายคนคิด