ไม่มี wireless / Bluetooth / 2.4GHz
ไม่มี wireless เลย — ต้องใช้สายตลอด ไม่มี 2.4GHz, Bluetooth หรือ multipoint
PRO-G 50mm · USB DAC · Blue VO!CE · DTS Headphone:X 2.0 · เหมาะ PC FPS และ Discord
เหมาะกับ PC gamer ที่ต้องการไมค์ดี เสียง FPS แม่น และปรับ EQ ได้ละเอียด แต่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการ wireless หรือใช้ console เป็นหลัก
Logitech G Pro X เป็นหูฟังเกมมิ่งมีสายที่เหมาะมากกับ PC gamer สาย FPS และ Discord จุดเด่นคือไมค์ Blue VO!CE, USB DAC และ EQ ที่ปรับได้จริงในงบประมาณกลาง แต่ถ้าใช้ console เป็นหลักหรือต้องการ wireless รุ่นนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มที่สุด
รุ่นนี้เป็น over-ear closed-back wired gaming headset ที่ใช้ USB DAC และ 3.5mm จุดขายคือ PRO-G 50mm, ไมค์ Blue VO!CE, DTS Headphone:X 2.0 และ G HUB
Positioning ของรุ่นนี้คือหูฟังมีสายสำหรับ PC gamer ที่อยากได้เสียง FPS แม่นและไมค์ดีกว่าหูฟังเกมมิ่งทั่วไปในงบประมาณกลาง
จุดเด่นจริงอยู่ที่ USB DAC และ G HUB เพราะเปิด Blue VO!CE, EQ และ DTS Headphone:X 2.0 ได้ ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับ Discord, team call และการปรับเสียงตามเกมมากกว่าหูฟัง 3.5mm ธรรมดา
ข้อควรระวังคือฟีเจอร์เต็มอยู่บน PC เท่านั้น ถ้านำไปใช้กับ PS5, Xbox, Switch หรือมือถือผ่าน 3.5mm จะเหลือเป็นหูฟัง stereo มีสายเป็นหลัก
รุ่นนี้ไม่มี 2.4GHz และไม่มี Bluetooth ใช้ USB-A DAC หรือ 3.5mm เป็นหลัก ข้อดีคือ latency ต่ำและไม่ต้องชาร์จ
ถ้าเล่นบน PC ควรใช้ USB DAC ที่มาในกล่อง เพราะเป็นทางเดียวที่จะเปิด G HUB, Blue VO!CE, EQ และ DTS Headphone:X 2.0 ได้ครบ
ถ้าต่อ PS5, Xbox, Switch หรือมือถือ สามารถใช้สาย 3.5mm ได้ แต่จะไม่ได้ processing ของ G HUB และ Blue VO!CE จึงควรมองเป็นการใช้งาน stereo พื้นฐาน
ข้อจำกัดคือไม่มีการเชื่อมต่อไร้สาย ไม่มี Bluetooth สำหรับมือถือ และต่อพร้อมกันหลายอุปกรณ์ไม่ได้ ถ้าต้องการ wireless ควรดูรุ่น 2.4GHz/Bluetooth ในกลุ่มเดียวกันแทน
ราคาไทยที่พบในข้อมูล research อยู่ประมาณ 2,390 บาท และช่วงน่าซื้อคือประมาณ 2,200–2,500 บาท โดยเฉพาะถ้าเน้นไมค์ดีในงบไม่เกิน 3,000 บาท
ถ้าเจอราคาแถว 2,200–2,500 บาท รุ่นนี้คุ้มสำหรับ PC gamer ที่ต้องการไมค์ดี, USB DAC, EQ และ software processing มากกว่าหูฟังมีสายพื้นฐาน
ถ้าใช้งาน console เป็นหลัก ความคุ้มจะลดลง เพราะจุดเด่นอย่าง Blue VO!CE และ G HUB ไม่ได้ทำงานเต็มที่ ควรเทียบกับ HyperX Cloud Alpha ที่เป็นสาย 3.5mm ใช้ง่ายกว่า
ถ้าต้องการ wireless ในงบสูงขึ้น ควรเทียบกับ HyperX Cloud III Wireless, Razer BlackShark V2 Pro 2023 หรือ SteelSeries Arctis Nova 7 Wireless ก่อนตัดสินใจ
ตารางนี้เน้นสเปกที่มีผลต่อการเล่นจริง โดยเฉพาะ USB DAC, Blue VO!CE, DTS Headphone:X 2.0, earpad และการใช้ข้ามแพลตฟอร์ม
| หัวข้อ | ข้อมูลที่พบ | ผลต่อการใช้งานจริง |
|---|---|---|
| รูปแบบหูฟัง | Over-ear closed-back wired gaming headset | กันเสียงภายนอกได้ระดับหนึ่ง เหมาะเล่นเกมในห้อง แต่เวทีเสียงไม่กว้างเท่าหูฟังเปิด |
| Driver | PRO-G 50mm Hybrid Mesh | ให้เสียงค่อนข้างแม่น เบสคุมดี เหมาะ FPS และเสียงพูด |
| Frequency response | 20Hz – 20kHz | ครอบคลุมช่วงเสียงมาตรฐานสำหรับเกม เพลง และสนทนา |
| Impedance | 35Ω | ขับง่าย ใช้กับ USB DAC หรือ 3.5mm ได้ ไม่ต้องใช้ amp แยก |
| Sensitivity | ประมาณ 91.7 dB SPL @ 1mW/1cm | เสียงดังพอในสภาพปกติ แต่บางอุปกรณ์อาจต้องเพิ่ม volume |
| Weight | ประมาณ 320g | แข็งแรงแต่ค่อนข้างหนัก ใส่นานมากอาจเมื่อย |
| Connection | USB-A DAC + 3.5mm analog | PC ได้ฟีเจอร์เต็ม ส่วน console/mobile ใช้ 3.5mm เป็นหลัก |
| Bluetooth / Wireless | ไม่มี | ไม่มีแบตและดีเลย์ไร้สาย แต่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการอิสระจากสาย |
| Microphone | Detachable 6mm cardioid electret condenser mic | เสียงพูดดีมากสำหรับ Discord และ voice chat |
| Blue VO!CE | ใช้งานผ่าน Logitech G HUB บน PC | ปรับ noise gate, compressor, EQ, de-esser และ de-reverb ได้ |
| Virtual surround | DTS Headphone:X 2.0 ผ่าน G HUB | ช่วยเพิ่ม immersion บน PC แต่ FPS competitive ควรทดสอบว่าตำแหน่งเพี้ยนหรือไม่ |
| EQ / Software | Logitech G HUB / EQ 10-band / Pro presets | ปรับเสียงและไมค์ได้ละเอียด แต่ฟีเจอร์เต็มจำกัดบน PC |
| Earpad | มีทั้ง leatherette และ cloth memory foam | หนังกันเสียงและเบสดีกว่า ผ้าระบายอากาศเหมาะกับเมืองไทยกว่า |
| Cable | PC cable, mobile cable, Y-splitter และ USB DAC | อุปกรณ์ในกล่องครบ เหมาะทั้ง PC และอุปกรณ์ 3.5mm |
| Battery | ไม่มี เพราะเป็น wired | ไม่ต้องชาร์จและใช้ได้ต่อเนื่อง |
| Warranty | 2 ปี limited hardware warranty ตามข้อมูล official/global | ควรเช็กประกันศูนย์ไทยจากร้านก่อนซื้อ |
| Platform feature gap | PC ได้ Blue VO!CE / G HUB / DTS เต็ม ส่วน console ใช้ 3.5mm stereo เป็นหลัก | ควรซื้อเพื่อใช้กับ PC เป็นหลัก ถ้าใช้ console อย่างเดียวความคุ้มลดลง |
| Package / Accessories | USB DAC, PC cable, mobile cable, Y-splitter, earpad หนังและผ้า | อุปกรณ์ในกล่องครบกว่าหูฟังมีสายทั่วไป เหมาะกับ PC setup |
รูปแบบหูฟัง
Over-ear closed-back wired gaming headset
กันเสียงภายนอกได้ระดับหนึ่ง เหมาะเล่นเกมในห้อง แต่เวทีเสียงไม่กว้างเท่าหูฟังเปิด
Driver
PRO-G 50mm Hybrid Mesh
ให้เสียงค่อนข้างแม่น เบสคุมดี เหมาะ FPS และเสียงพูด
Frequency response
20Hz – 20kHz
ครอบคลุมช่วงเสียงมาตรฐานสำหรับเกม เพลง และสนทนา
Impedance
35Ω
ขับง่าย ใช้กับ USB DAC หรือ 3.5mm ได้ ไม่ต้องใช้ amp แยก
Sensitivity
ประมาณ 91.7 dB SPL @ 1mW/1cm
เสียงดังพอในสภาพปกติ แต่บางอุปกรณ์อาจต้องเพิ่ม volume
Weight
ประมาณ 320g
แข็งแรงแต่ค่อนข้างหนัก ใส่นานมากอาจเมื่อย
Connection
USB-A DAC + 3.5mm analog
PC ได้ฟีเจอร์เต็ม ส่วน console/mobile ใช้ 3.5mm เป็นหลัก
Bluetooth / Wireless
ไม่มี
ไม่มีแบตและดีเลย์ไร้สาย แต่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการอิสระจากสาย
Microphone
Detachable 6mm cardioid electret condenser mic
เสียงพูดดีมากสำหรับ Discord และ voice chat
Blue VO!CE
ใช้งานผ่าน Logitech G HUB บน PC
ปรับ noise gate, compressor, EQ, de-esser และ de-reverb ได้
Virtual surround
DTS Headphone:X 2.0 ผ่าน G HUB
ช่วยเพิ่ม immersion บน PC แต่ FPS competitive ควรทดสอบว่าตำแหน่งเพี้ยนหรือไม่
EQ / Software
Logitech G HUB / EQ 10-band / Pro presets
ปรับเสียงและไมค์ได้ละเอียด แต่ฟีเจอร์เต็มจำกัดบน PC
Earpad
มีทั้ง leatherette และ cloth memory foam
หนังกันเสียงและเบสดีกว่า ผ้าระบายอากาศเหมาะกับเมืองไทยกว่า
Cable
PC cable, mobile cable, Y-splitter และ USB DAC
อุปกรณ์ในกล่องครบ เหมาะทั้ง PC และอุปกรณ์ 3.5mm
Battery
ไม่มี เพราะเป็น wired
ไม่ต้องชาร์จและใช้ได้ต่อเนื่อง
Warranty
2 ปี limited hardware warranty ตามข้อมูล official/global
ควรเช็กประกันศูนย์ไทยจากร้านก่อนซื้อ
Platform feature gap
PC ได้ Blue VO!CE / G HUB / DTS เต็ม ส่วน console ใช้ 3.5mm stereo เป็นหลัก
ควรซื้อเพื่อใช้กับ PC เป็นหลัก ถ้าใช้ console อย่างเดียวความคุ้มลดลง
Package / Accessories
USB DAC, PC cable, mobile cable, Y-splitter, earpad หนังและผ้า
อุปกรณ์ในกล่องครบกว่าหูฟังมีสายทั่วไป เหมาะกับ PC setup
จุดดีคือมี earpad ให้เลือกทั้งหนังและผ้า แต่ตัวหูฟังราว 320g และ clamp ค่อนข้างชัด จึงควรลองถ้าใส่แว่นหรือเล่นยาวมาก
น้ำหนักประมาณ 320g ไม่ได้หนักสุดในตลาด แต่หนักกว่าหูฟังเกมมิ่งบางรุ่น ถ้าเล่น 2–4 ชั่วโมงยังพอได้ แต่ถ้าใส่ทั้งวันอาจเริ่มเมื่อย
earpad หนังให้ isolation และเบสดีกว่า แต่ในอากาศร้อนของไทยอาจร้อนหูง่าย ส่วน earpad ผ้าระบายอากาศดีกว่าและเหมาะกับคนใส่แว่นมากกว่า
แรงบีบอยู่ระดับกลางถึงค่อนข้างแน่น ช่วย seal และกันเสียง แต่คนหัวใหญ่หรือใส่แว่นหนาควรลองก่อนซื้อ
โทนเสียงของรุ่นนี้ไปทาง balanced/competitive เบสไม่บวม เสียงกลางชัด และ imaging ดีในระดับราคา แต่ soundstage ไม่ได้กว้างมาก
เบสมีพอให้เสียงปืนและระเบิดมีน้ำหนัก แต่ไม่ได้ boost หนักแบบหูฟังเกมมิ่ง V-shaped จึงลดโอกาสกลบเสียงฝีเท้า
เสียงกลางเด่นพอสำหรับ dialogue, callout, reload และ cue เล็ก ๆ ในเกม ส่วนแหลมค่อนข้างเรียบ ฟังนานไม่ล้าง่าย
เวทีเสียงค่อนข้าง intimate ไม่กว้างเท่า HyperX Cloud Alpha แต่ตำแหน่งซ้ายขวาและทิศทางหลัก ๆ ทำได้ดีสำหรับ FPS
รุ่นนี้เหมาะกับ FPS บน PC เพราะมี latency ต่ำจากสาย ปรับ EQ ได้ และไมค์ดี แต่ถ้าเล่นบน console จะเหลือฟีเจอร์น้อยลง
| Use case | Fit | Reason | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Valorant / CS2 | ดีมาก | footstep ชัด เบสไม่กลบ และปรับ EQ บน PC ได้ | ปิด DTS ก่อนถ้าต้องการตำแหน่งแม่นที่สุด |
| Apex / Warzone | ดี | directional cue ดี เสียง movement และปืนแยกได้พอสมควร | soundstage ไม่กว้างมากเมื่อเทียบกับบางคู่แข่ง |
| PUBG | ดี | เสียงฝีเท้าและยานพาหนะจับทิศได้ดีในระดับกลาง-สูง | map ใหญ่ ๆ อาจรู้สึกเวทีแคบ |
| Overwatch / The Finals | ดี | เสียง skill และ callout ชัด ไมค์ช่วยสื่อสารทีมได้ดี | teamfight ที่เสียงแน่นมากอาจต้องปรับ EQ |
| Casual FPS | ดีมาก | plug-and-play ได้ง่าย และ EQ ช่วยจูนตามรสนิยม | สายอาจเกะกะถ้า setup โต๊ะไม่ดี |
| Story / Open-world | ปานกลาง-ดี | DTS ช่วยเพิ่มบรรยากาศบน PC ได้ | ไม่ใช่รุ่นที่เวทีกว้างหรือ cinematic ที่สุด |
Valorant / CS2
ดีมาก
footstep ชัด เบสไม่กลบ และปรับ EQ บน PC ได้
ปิด DTS ก่อนถ้าต้องการตำแหน่งแม่นที่สุด
Apex / Warzone
ดี
directional cue ดี เสียง movement และปืนแยกได้พอสมควร
soundstage ไม่กว้างมากเมื่อเทียบกับบางคู่แข่ง
PUBG
ดี
เสียงฝีเท้าและยานพาหนะจับทิศได้ดีในระดับกลาง-สูง
map ใหญ่ ๆ อาจรู้สึกเวทีแคบ
Overwatch / The Finals
ดี
เสียง skill และ callout ชัด ไมค์ช่วยสื่อสารทีมได้ดี
teamfight ที่เสียงแน่นมากอาจต้องปรับ EQ
Casual FPS
ดีมาก
plug-and-play ได้ง่าย และ EQ ช่วยจูนตามรสนิยม
สายอาจเกะกะถ้า setup โต๊ะไม่ดี
Story / Open-world
ปานกลาง-ดี
DTS ช่วยเพิ่มบรรยากาศบน PC ได้
ไม่ใช่รุ่นที่เวทีกว้างหรือ cinematic ที่สุด
รุ่นนี้รองรับ DTS Headphone:X 2.0 ผ่าน Logitech G HUB เมื่อใช้ USB DAC บน PC เท่านั้น
บน PC จุดเด่นคือปรับ EQ 10-band, ใช้ preset จากโปรเพลเยอร์ และเปิด DTS Headphone:X 2.0 ได้ ทำให้จูนเสียงตามเกมได้มากกว่าหูฟังมีสายทั่วไป
สำหรับ FPS competitive แนะนำเริ่มจาก stereo หรือ EQ ที่เน้น footstep ก่อน เพราะ virtual surround อาจเพิ่ม processing จนตำแหน่งเสียงเพี้ยนในบางเกม
สำหรับ story game, horror หรือดูหนัง เปิด DTS ได้เพื่อเพิ่มความกว้างและบรรยากาศ แต่บน PS5/Xbox จะไม่ได้ DTS จาก G HUB เหมือนบน PC
ไมค์ 6mm cardioid พร้อม Blue VO!CE เป็นเหตุผลหลักที่หลายคนเลือก รุ่นนี้เหมาะกับ voice chat, Discord และ streaming ระดับเริ่มต้นถึงกลาง
เมื่อใช้กับ PC ผ่าน USB DAC และ G HUB ไมค์สามารถเปิด Blue VO!CE เพื่อปรับ noise gate, compressor, EQ, de-esser และ de-reverb ได้ ทำให้เสียงพูดดูชัดและเป็นมืออาชีพขึ้น
สำหรับ Discord หรือประชุมออนไลน์ รุ่นนี้ดีกว่าหูฟังเกมมิ่งทั่วไปในงบเดียวกัน แต่ถ้าต่อผ่าน 3.5mm บน console จะไม่ได้ processing เหล่านี้
สำหรับ streaming จริงจัง ไมค์นี้ดีกว่า headset mic ทั่วไป แต่ยังไม่แทนไมค์แยกแบบ USB/XLR ได้ โดยเฉพาะถ้าต้องการเสียง broadcast จริงจัง
รุ่นนี้ฟังเพลงได้ดีในระดับ gaming headset โทนค่อนข้าง balanced และ vocal ชัด แต่ไม่ได้เด่นด้าน soundstage หรือรายละเอียดแบบหูฟังฟังเพลงจริงจัง
เพลงไทย, pop, rock และ vocal ฟังได้สบาย เพราะเสียงกลางชัดและแหลมไม่บาดง่าย
EDM หรือเพลงเบสหนักอาจรู้สึกว่าเบสไม่กระแทกมากเท่าหูฟังที่จูนสนุกกว่า แต่ข้อดีคือไม่ล้นจนกลบเสียงอื่น
ดูหนังหรือเล่น story game เปิด DTS บน PC จะช่วยให้ immersive ขึ้น แต่เวทีเสียงยังไม่กว้างเท่าหูฟังที่เน้น movie หรือ open-back โดยตรง
รุ่นนี้ไม่มีแบต ไม่มี Bluetooth และไม่มี 2.4GHz จึงใช้งานได้ต่อเนื่องตราบเท่าที่เสียบสายอยู่
ข้อดีคือไม่มีความเสี่ยงแบตหมดกลางเกม ไม่มี charging cycle และ latency ต่ำกว่าการเชื่อมต่อไร้สาย
ข้อเสียคือสายจำกัดการเคลื่อนไหว และถ้าใช้ USB DAC จะต้องเสียบพอร์ต USB-A บน PC ตลอด
ถ้าต้องการความอิสระจากสาย ให้เทียบกับ HyperX Cloud III Wireless, SteelSeries Arctis Nova 7 Wireless หรือ Razer BlackShark V2 Pro 2023 แทน
Logitech G HUB เปิดให้ปรับ EQ, DTS Headphone:X 2.0 และ Blue VO!CE ได้ละเอียดเมื่อใช้ USB DAC บน PC
บน PC สามารถปรับ EQ 10-band ใช้ preset จากโปรเพลเยอร์ และบันทึก profile ลง USB DAC ได้ ทำให้ย้ายไปใช้กับ PC เครื่องอื่นง่ายขึ้น
Blue VO!CE ช่วยปรับเสียงไมค์ได้ละเอียด ตั้งแต่ gain, sidetone, noise gate, compressor, EQ mic ไปจนถึง de-esser
ข้อเสียคือไม่มีปุ่มบน ear cup โดยตรง volume/mute อยู่บนสาย และถ้าใช้กับ console จะไม่ได้ข้อดีจาก G HUB เกือบทั้งหมด
จุดสำคัญคือรุ่นนี้ใช้ได้หลายแพลตฟอร์มผ่าน 3.5mm แต่ถ้าต้องการ Blue VO!CE, EQ และ DTS ต้องใช้ PC ผ่าน USB DAC
| Platform | ใช้ได้ไหม | Connection ที่แนะนำ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| PC / Windows | Full | ใช้ USB DAC + G HUB ได้ครบ EQ, Blue VO!CE, DTS Headphone:X 2.0 | ต้องติดตั้ง G HUB เพื่อใช้ฟีเจอร์เต็ม |
| Mac | Partial | ต่อ USB DAC หรือ 3.5mm ได้ | G HUB/Blue VO!CE อาจไม่ครบเท่า Windows |
| PS5 / PS4 | Partial | ใช้ 3.5mm ผ่าน controller ได้ | ไม่ได้ Blue VO!CE และ DTS จาก G HUB |
| Xbox Series X/S | Partial | ใช้ 3.5mm ผ่าน controller ได้ | ไม่รองรับ USB DAC/G HUB บน Xbox |
| Nintendo Switch | Partial | ใช้ 3.5mm ได้ใน handheld หรือ output ที่รองรับ | ไม่มี software feature |
| iPhone / Android | Partial | ใช้ 3.5mm ได้ถ้ามีช่องหรืออะแดปเตอร์ | mic/control อาจไม่ครบตามอุปกรณ์ |
| Steam Deck | Partial | ใช้ 3.5mm ได้ | G HUB/Blue VO!CE ไม่ทำงานบน SteamOS |
PC / Windows
Full
ใช้ USB DAC + G HUB ได้ครบ EQ, Blue VO!CE, DTS Headphone:X 2.0
ต้องติดตั้ง G HUB เพื่อใช้ฟีเจอร์เต็ม
Mac
Partial
ต่อ USB DAC หรือ 3.5mm ได้
G HUB/Blue VO!CE อาจไม่ครบเท่า Windows
PS5 / PS4
Partial
ใช้ 3.5mm ผ่าน controller ได้
ไม่ได้ Blue VO!CE และ DTS จาก G HUB
Xbox Series X/S
Partial
ใช้ 3.5mm ผ่าน controller ได้
ไม่รองรับ USB DAC/G HUB บน Xbox
Nintendo Switch
Partial
ใช้ 3.5mm ได้ใน handheld หรือ output ที่รองรับ
ไม่มี software feature
iPhone / Android
Partial
ใช้ 3.5mm ได้ถ้ามีช่องหรืออะแดปเตอร์
mic/control อาจไม่ครบตามอุปกรณ์
Steam Deck
Partial
ใช้ 3.5mm ได้
G HUB/Blue VO!CE ไม่ทำงานบน SteamOS
รุ่นนี้เด่นเมื่อโจทย์คือ PC + ไมค์ดี + EQ software ในงบไม่สูง แต่ถ้าต้องการ wireless หรือ soundstage กว้าง มีตัวเลือกอื่นที่ควรเทียบ
| รุ่น | รุ่นนี้เด่นกว่า | คู่แข่งเด่นกว่า | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| HyperX Cloud Alpha | ไมค์ Blue VO!CE และ EQ software ดีกว่า | Cloud Alpha soundstage กว้างกว่าและใช้ง่ายกว่าแบบ 3.5mm ล้วน | เลือก Logitech ถ้าเน้นไมค์/PC, เลือก HyperX ถ้าเน้นเสียงมีสายคุ้มค่า |
| Razer BlackShark V2 Pro 2023 | ราคาถูกกว่ามากและไม่ต้องชาร์จ | Razer เป็น wireless, แบตยาว และไมค์ดีมาก | เลือก Razer ถ้าต้องการ wireless FPS/Esports |
| SteelSeries Arctis Nova 7 Wireless | ไมค์ processing บน PC ยืดหยุ่นกว่าในงบต่ำกว่า | SteelSeries มี 2.4GHz + Bluetooth พร้อมกันและใช้หลายแพลตฟอร์มดีกว่า | เลือก SteelSeries ถ้าต้องการ headset ตัวเดียวสำหรับหลาย device |
| HyperX Cloud III Wireless | Blue VO!CE และ EQ mic ดีกว่า | HyperX wireless แบตยาว comfort ดี ไม่ต้องใช้สาย | เลือก HyperX ถ้ารับไม่ได้กับสาย |
| Logitech G435 Lightspeed | ไมค์ เสียง และ EQ ดีกว่าชัดเจน | G435 เบากว่า ไร้สาย และราคาถูกกว่า | เลือก G435 ถ้าเน้นเบา/wireless งบประหยัด |
HyperX Cloud Alpha
ไมค์ Blue VO!CE และ EQ software ดีกว่า
Cloud Alpha soundstage กว้างกว่าและใช้ง่ายกว่าแบบ 3.5mm ล้วน
เลือก Logitech ถ้าเน้นไมค์/PC, เลือก HyperX ถ้าเน้นเสียงมีสายคุ้มค่า
Razer BlackShark V2 Pro 2023
ราคาถูกกว่ามากและไม่ต้องชาร์จ
Razer เป็น wireless, แบตยาว และไมค์ดีมาก
เลือก Razer ถ้าต้องการ wireless FPS/Esports
SteelSeries Arctis Nova 7 Wireless
ไมค์ processing บน PC ยืดหยุ่นกว่าในงบต่ำกว่า
SteelSeries มี 2.4GHz + Bluetooth พร้อมกันและใช้หลายแพลตฟอร์มดีกว่า
เลือก SteelSeries ถ้าต้องการ headset ตัวเดียวสำหรับหลาย device
HyperX Cloud III Wireless
Blue VO!CE และ EQ mic ดีกว่า
HyperX wireless แบตยาว comfort ดี ไม่ต้องใช้สาย
เลือก HyperX ถ้ารับไม่ได้กับสาย
Logitech G435 Lightspeed
ไมค์ เสียง และ EQ ดีกว่าชัดเจน
G435 เบากว่า ไร้สาย และราคาถูกกว่า
เลือก G435 ถ้าเน้นเบา/wireless งบประหยัด
รุ่นนี้ดีมากเมื่อใช้กับ PC แต่ไม่ใช่ headset ที่เหมาะกับทุกคน เพราะไม่มี wireless และ software ถูกจำกัดตามแพลตฟอร์ม
ไม่มี wireless เลย — ต้องใช้สายตลอด ไม่มี 2.4GHz, Bluetooth หรือ multipoint
Blue VO!CE และ G HUB ใช้ได้เต็มบน PC เป็นหลัก ถ้าใช้ PS5/Xbox จะไม่ได้ประโยชน์จากจุดขายใหญ่
USB DAC หายหรือไม่ได้พก จะยังใช้ 3.5mm ได้แต่เสียฟีเจอร์ EQ, DTS และ mic processing
น้ำหนักประมาณ 320g และ clamp ค่อนข้างชัด อาจไม่เหมาะกับคนที่ใส่ยาวมากหรือใส่แว่นหนา
earpad หนังอาจร้อนในไทย แม้จะมี earpad ผ้าให้เปลี่ยน
DTS 7.1 อาจทำให้ตำแหน่งเสียงเพี้ยนใน FPS competitive จึงไม่ควรเปิดแบบไม่ทดสอบ
ไม่มี ANC และไม่มี RGB ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ lifestyle/visual อาจไม่ถูกใจ
ฟังเพลงได้ดี แต่ยังไม่ใช่หูฟัง hi-fi ในราคาเดียวกัน
รุ่นนี้เหมาะที่สุดกับ PC gamer ที่เล่น FPS ใช้ Discord บ่อย และต้องการไมค์ที่ปรับแต่งได้จริงผ่าน Blue VO!CE / G HUB
ถ้าใช้ console เป็นหลัก ต้องการ wireless หรือเน้นฟังเพลง/ดูหนังมากกว่าเล่นเกม รุ่นอื่นอาจคุ้มกว่า เพราะฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้อยู่บน PC
PC gamer ที่เล่น FPS เช่น Valorant, CS2, Apex และต้องการเสียง cue ชัด
คนที่ใช้ Discord/voice chat บ่อยและต้องการไมค์ดีกว่าหูฟังเกมมิ่งทั่วไป
streamer มือใหม่ถึงกลางที่ยังไม่อยากซื้อไมค์แยก
คนที่ชอบปรับ EQ, mic และ sidetone ผ่าน software
ผู้ใช้ที่รับได้กับหูฟังมีสายและไม่อยากชาร์จแบต
คนที่ต้องการ build metal frame และอุปกรณ์ในกล่องครบในงบกลาง
คนที่ต้องการหูฟังมีสายเน้น PC และไมค์ดีในงบกลาง
คนที่ต้องการ wireless, Bluetooth หรือใช้งานมือถือแบบไร้สาย
console gamer ที่ใช้ PS5/Xbox เป็นหลักและไม่ใช้ PC
คนที่ใส่หูฟังนานมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันและไวต่อน้ำหนัก/แรงบีบ
ผู้ที่ต้องการ soundstage กว้างสำหรับดูหนังหรือ story game เป็นหลัก
audiophile ที่ต้องการรายละเอียดและเวทีเสียงระดับหูฟังฟังเพลงจริงจัง
คนที่ต้องการ ANC, RGB หรือฟีเจอร์ lifestyle มากกว่า mic/EQ
คนที่ต้องการฟีเจอร์ไร้สายหรือใช้ console เป็นหลัก
รวมคำถามที่ควรรู้ก่อนซื้อ Logitech G Pro X โดยเฉพาะเรื่อง FPS, ไมค์, console และ DTS
เหมาะ โดยเฉพาะบน PC เพราะใช้ USB DAC กับ G HUB ปรับ EQ ได้ Footstep ชัด เบสคุมดี และ latency ต่ำจากการต่อสาย แต่ควรลองปิด DTS เมื่อเล่น competitive เพราะ stereo imaging มักแม่นกว่า
ใช้ได้ผ่านช่อง 3.5mm บน controller แต่จะได้เป็น stereo เป็นหลัก ไม่ได้ Blue VO!CE, G HUB EQ หรือ DTS Headphone:X แบบบน PC
ไม่มี รุ่นนี้เป็น wired-only ใช้ USB DAC หรือ 3.5mm เท่านั้น ถ้าต้องการ wireless ควรดูรุ่น G Pro X Wireless/G Pro X 2 หรือรุ่นอื่นในกลุ่ม 2.4GHz
ดีมากสำหรับหูฟังเกมมิ่งในกลุ่มราคา จุดเด่นคือไมค์ 6mm cardioid และ Blue VO!CE ที่ปรับ noise gate, compressor, EQ และ de-esser ได้บน PC
DTS Headphone:X 2.0 ช่วยเพิ่มบรรยากาศกับ story game หรือดูหนัง แต่เกม FPS competitive ควรทดสอบก่อน เพราะ virtual surround อาจทำให้ตำแหน่งเสียงเพี้ยนได้
ในกล่องมี earpad หนังและผ้า ถ้าอยู่ในอากาศร้อน แนะนำใช้ earpad ผ้าเพื่อลดความร้อน แต่ต้องยอมรับว่า isolation และเบสอาจลดลงเล็กน้อย
ฟังเพลงได้ดีในระดับ gaming headset โทนค่อนข้าง balanced เสียงร้องและ rock ฟังง่าย แต่ไม่ใช่หูฟังฟังเพลงจริงจังด้าน soundstage และรายละเอียด
ช่วงน่าซื้อคือราว 2,200–2,500 บาท ถ้าต่ำกว่า 2,200 บาทถือว่าน่าสนใจมาก แต่ถ้าขยับสูงกว่า 3,000 บาทควรเทียบรุ่น wireless หรือรุ่นใหม่กว่า
ถ้าต้องการไมค์ดีและปรับ EQ/Mic ผ่าน software เลือก Logitech G Pro X ถ้าต้องการ soundstage กว้างกว่า เสียบ 3.5mm ง่าย และความคุ้มค่าแบบ no-software เลือก HyperX Cloud Alpha
เหมาะมาก เพราะจุดเด่นอย่าง Blue VO!CE, G HUB EQ, DTS Headphone:X 2.0 และ USB DAC ทำงานได้เต็มบน PC มากกว่า console
Logitech G Pro X เป็นหูฟังเกมมิ่งมีสายที่จุดขายชัดมาก คือไมค์ Blue VO!CE และการปรับแต่งผ่าน G HUB บน PC ถ้าคุณเล่น FPS บน PC ใช้ Discord บ่อย และอยากได้ไมค์ที่เสียงชัดกว่าหูฟังเกมมิ่งทั่วไปในงบไม่เกิน 3,000 บาท รุ่นนี้ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
ข้อจำกัดคือไม่มี wireless เลย และฟีเจอร์หลักอย่าง Blue VO!CE, EQ และ DTS Headphone:X 2.0 จะทำงานเต็มเมื่อใช้ PC ผ่าน USB DAC เท่านั้น ถ้าใช้ PS5/Xbox เป็นหลัก ความคุ้มจะลดลงมาก ช่วงราคาที่น่าซื้อคือประมาณ 2,200–2,500 บาท หรือต่ำกว่านั้น